ตาต้าร์สถานและโกลเด้นริง
ทัวร์
เอเชีย
ระยะเวลา
8 วัน 6 คืน
สายการบิน
วันเดินทาง
8 - 15 กรกฏาคม 2562
Hilight

คาซาน - นิชนี นอฟโกรอด  - วลาดิเมียร์ -  ซุซดาล - อเล็กซานโดรฟ -  เซอร์เกอร์เยฟ  โปสาด – มอสโก

“เยือนตาตาร์สถาน อาณาจักรโบราณที่เคยยิ่งใหญ่ ที่ใครๆก็เกรงขาม
สัมผัสเมืองเล็กๆ อันเป็นมรดกโลก และร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม 
แต่คงยังมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ ต้องไปเห็นด้วยตา ในครั้งหนึ่งของชีวิต” 

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    วันแรก กรุงเทพ – ท่าอาศยานนานาชาติคาซาน (-/-/-)

    • 08.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว กรุงมอสโก 
      10.00 น. ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว กรุงมอสโก โดยสายการบินแอโรฟลอต เที่ยวบินที่ SU271 (1000-1600) ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 
      16.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว กรุงมอสโก เพื่อเปลี่ยนเครื่องต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคาซาน อันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้
      19.20 น. ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติคาซาน โดยสายการบินแอโรฟลอต เที่ยวบินที่ SU1194 (1920-2105) ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 45 นาที 
      21.05 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติคาซาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ที่พัก 
      ค่ำ เข้าพักยังโรงแรม Hotel Complex Tatarstan *3 , Kazan หรือเทียบเท่า 

  • Day 2
    วันที่สอง คาซาน – คาซาน ซิตี้ทัวร์ (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นออกเดินทางชมรอบ เมืองคาซาน (Kazan) ชมทิวทัศน์ แม่น้ำวอลก้า (Volga River) ที่ไหลผ่านรอบตัวเมือง แม่น้ำวอลก้า เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีความยาวถึง 3,530 กิโลเมตร และยังเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยมีพื้นที่รวมกว่า 1,350,000 ตารางกิโลเมตร ไหลผ่านไปยังใจกลางของรัสเซียไปจนถึงทะเลสาบแคสเปียน (Caspian Sea) อีกด้วย จึงจัดว่าเป็นแม่น้ำแห่งชาติของประเทศรัสเซีย มีเมืองจำนวน 11 เมืองจาก 20 เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย รวมถึงกรุงมอสโกก็ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำ
          วอลก้าด้วยเช่นกัน เมื่อได้เวลาพอสมควร นำท่านเยี่ยมชม  จัตุรัสเก่าแห่งตาตาร์ (Old Tatar Quarter) การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1552 เมื่อเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 พิชิตเมืองคาซานได้สำเร็จ โดยได้ขับไล่ชาว ตาตาร์มองโกลส่วนหนึ่ง ให้ไปอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเมืองบริเวณ ชายฝั่งของทะเลสาบคาบาน (Kaban Lake) พวกเขาจึงได้สร้างที่อยู่อาศัย โรงเรียน และมัสยิด ขึ้นมาให้เป็น “เมดิน่า” ซึ่งหมายถึงย่านศูนย์กลางของเมืองเก่าในตาตาร์สถาน และต่อมาได้กลายเป็นแหล่งผลิตเครื่องประดับ หมวกทรงต่างๆ รวมไปถึงของใช้ในครัวเรือน เมื่อมีการค้าขายเกิดขึ้น มีรายได้หมุนเวียน ความเป็นอยู่ก็เริ่มดีขึ้น กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป เมดิน่าแห่งนี้จึงกลายเป็นเขตที่ร่ำรวยและมีเสน่ห์ที่สุด ใน เรื่องของการท่องเที่ยว ของเมืองคาซาน 
      จากนั้นนำท่านเดินชม ถนนเลียบแม่น้ำแห่งคาซาน (Kazan Embankment) ซึ่งเดิมแต่ก่อนมีชื่อเรียกว่า “ถนนเลียบแม่น้ำคาซานก้า” ซึ่งสามารถเดินชมวิวจากบริเวณด้านบนทอดยาวไปตามแม่น้ำคาซานก้า โดยมีระยะทางเริ่มจากเครมลินแห่งคาซาน ไปยังศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติคาซาน ความยาวเพียงแค่ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่มีเสน่ห์ที่สุดของเมือง 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นนำท่านชม เครมลินแห่งคาซาน (Kazan Kremlin) ถือว่าเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองคาซาน ซึ่งถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000 ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นป้อมปราการของตาตาร์ (Tatar Fortress) เพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในรัสเซีย ประกอบด้วยกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นจาก ศตวรรษที่ 16 - 19 ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหล่าอาคารเก่าแก่จำนวนมาก โดยอาคารที่เก่าแก่ที่สุด คือ มหาวิหารอันนันซิเอชั่น (Annunciation Cathedral of Kazan Kremlin) หรือ มหาวิหารผู้ให้กำเนิด ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ในปี ค.ศ. 1552
      เป็นคริสตจักรแบบรัสเซียนออร์โธด็อกซ์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาและการศึกษาที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองคาซาน และในบริเวณใกล้กันนั้นท่านจะได้ชม มัสยิดกุลชารีฟ (Qolsharif Mosque) มัสยิดที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่ที่สุดในรัสเซียและในทวีปยุโรปโดยมัสยิดถูกสร้าง ขึ้นในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 16 - 17 และได้รับการบูรณะในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง โดยการสมทบทุนจากนานาประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปัจจุบันมัสยิดแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของเหล่านักแสวงบุญเป็นจำนวนมาก 
      และต้องไม่พลาดที่จะเยี่ยมชม หอคอยซูยุมบิก ทาวเวอร์ (Soyembika Tower) อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงของเครมลินแห่งคาซาน เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเมืองคาซาน ปัจจุบันหอคอยแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองคาซานอีกด้วย ตามตำนานกล่าวว่าเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย ได้สร้างหอคอยแห่งนี้ให้กับเจ้าหญิงซูยุมบิก ธิดาแห่งเจ้าผู้ครองคาซาน เมื่อสร้างหอคอยแล้วเสร็จ เจ้าหญิงจึงตัดสินใจปลงพระชนม์ชีพตนเองโดยการกระโดดหอคอยเนื่องจากไม่ต้องการแต่งงานกับเจ้าชาย หอคอยแห่งนี้ถูกสร้างด้วยอิฐ สูงถึง 58 เมตร ประกอบด้วยฐานกว้างแนวโค้ง 6 ชั้น ซึ่งฐานของหอคอยแห่งนี้เริ่มยุบตัวลงทำให้หอคอยเอนตัวลงมาอย่างเห็นได้ชัด
      จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสาธารณรัฐตาตาร์สถาน (National Museum of the Republic of Tatarstan) ซึ่งเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในวันที่ 5 เมษายน ปี ค.ศ. 1895 เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์ทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของรัสเซียและสาธารณรัฐตาตาร์สถาน เป็นศูนย์รวมรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ เหรียญทองโบราณ รวมไปถึงคอลเล็คชั่นส่วนตัวของนักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์และอื่นๆอีกจำนวนมาก
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      จากนั้นเข้าพักยังโรงแรมที่พัก Hotel Complex Tatarstan *3 ,Kazan หรือเทียบเท่า 
  • Day 3
    วันที่สาม คาซาน – นิชนี นอฟโกรอด (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารอาหารเช้า จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่
      เกาะซวิยาสค์ (Sviyazhsk Island City) ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1552 เจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 หรือ อีวานผู้โหดเหี้ยมได้ยกทัพแบบเต็มกำลังบุกเมืองคาซาน โดยตั้งค่ายอยู่ที่เกาะซวิยาสค์ 
      และได้ทำการเคลื่อนพลทหารกว่า 150,000 นาย ล่องมาตามแม่น้ำวอลก้า และได้ทำการปิดล้อมรอบเมืองคาซาน โดยตัดการเข้าถึงแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เมื่อขาดน้ำเหล่าทหารคาซานก็อ่อนแรง หมดแรงต้าน เมืองคาซานจึงต้องยอมสิโรราบให้กับกองทัพของเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 จนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1557 ในช่วงที่เจ้าชายซาร์อีวานที่ 4  ได้ตัดสินใจสร้างเกาะแห่งนี้ขึ้นด้วยไม้เพื่อทำเป็นป้อมปราการ ซึ่งใช้เวลาเพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น และในเวลาต่อมา เกาะซวิยาสค์ได้กลายมาเป็นฐานกำลังที่สำคัญของทหารชาวรัสเซียในการทำสงครามเพื่อต่อต้านการรุกรานของชาวคาซาน คาเนท (Kazan Khanate) เกาะแห่งนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมาก 
      ท่านจะได้ชม วิหารอัสสัมชัญ ( Assumption Monastery of the Blessed Virgin ) ที่แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีความเชื่อมโยงไปกับการเมือง สร้างโดยเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 เพื่อขยาย
      รัฐมอสโก ภายในวิหารยังมีภาพจิตกรรมฝาผนังเฟรสโก้สไตล์ออร์โธด็อกซ์ตะวันออก 
      ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพที่หาชมได้ยากที่สุดอีกด้วย 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่เกาะซวิยาสค์ จากนั้นเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเพื่อเยี่ยมชม ถนนบาวแมน (Bauman Street) ถูกตั้งชื่อตาม 
      นิโคไล บาวแมน (Nikolay Bauman) นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ถนนบาวแมนเป็นถนนที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 16 และถูกเข้ายึดครองโดยกองทหารของเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 ซึ่งแต่ก่อนที่นี่ถูกเรียกว่า ถนนโนไกจนถึงปี ค.ศ. 1930 ก่อนที่จะได้ชื่อปัจจุบันมาเพื่อเป็นความทรงจำในเหตุการณ์ที่เกิดการปฏิวัติที่คาซาน จนกระทั่งผ่านไปหลายศตวรรษ ที่นี่ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนกลายมาเป็นสถานที่หลักแห่ง
      การช็อปปิ้งของเมืองคาซาน โดยพ่อค้าแม่ค้าจะนำสินค้ามาขายโดยใช้การขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำบูลัค ที่ซึ่งมีท่าเรือและแผงลอยที่ใช้วางจำหน่ายสินค้าจำนวนมาก หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1986 ถนนเส้นนี้ ก็ได้กลายมาเป็นถนนคนเดินในที่สุด
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยัง เมืองนิชนี นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod)โดยรถไฟหมายเลข 041 **คืนนี้นอนบนรถไฟ** (22.00 – 06.55)
  • Day 4
    วันที่สี่ นิชนี นอฟโกรอด – นั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวแม่น้ำวอลก้า – วลาดิเมียร์ (B/L/D)
    • เช้า เดินทางถึงเมือง นิชนี นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod) จากนั้นนำท่านเดินทางชม เครมลินแห่งนิชนี นอฟโกรอด (Nizhny Novgorod Kremlin) หรือ “เดทิเนท” เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุด ที่ถูกรักษาไว้อย่างดีในรัสเซีย ถูกค้นพบโดยเจ้าชายยาโรสลาฟ (Prince Yaroslav) เครมลินแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางทางสังคมและศาสนาของเมืองนิชนี นอฟโกรอด มีกำแพงนอฟโกรอดสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวโบสถ์หลักของที่นี่ นั่นคือโบสถ์เซนต์โซเฟีย และบ้านพักของบาทหลวงแห่งนอฟโกรอด จากนั้นชม ขั้นบันไดแห่งชคาลอฟ (Chkalov Staircase) เป็นสิ่งก่อสร้างในยุครุ่งเรืองของสหภาพโซเวียต ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงของเมืองนิชนี นอฟโกรอด จนถึงปัจจุบัน ชื่อเดิม คือบันไดวอลก้า (Volga Staircase) แต่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ บันไดชคาลอฟ ตั้งตามชื่อของวาเลอรี่ ชคาลอฟ (Valery Chkalov) นักบินฝึกหัดและวีรบุรุษของสหภาพโซเวียตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในปี ค.ศ. 1937 กับความสำเร็จที่เป็นนักบินคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำการบินผ่านขั้วโลกเหนือได้สำเร็จ โดยเริ่มจากเม็กซิโกไปสู่แวนคูเวอร์ ทั้งนี้ชาวเมืองนิชนี นอฟโกรอด ก็ได้ช่วยกันสร้างอนุสาวรีย์ชคาลอฟขึ้น ที่ จัตุรัสมินินา ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของบันไดชคาลอฟ                                                     
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นชม ถนนบอลชายา (Bolshaya Pokrovskaya Street) ถนนบอลชายา เป็นถนนแห่งประวัติศาสตร์ที่สูงที่สุดแห่งเมืองนิชนี นอฟโกรอด และเป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1917 ถูก พิจารณาให้เป็นถนนแห่งขุนนาง ก่อนจะกลายมาเป็นถนนเส้นหลักของเมืองในปลายศตวรรษที่ 18 จากนั้นนำท่านขึ้น กระเช้าลอยฟ้าเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของ แม่น้ำวอลก้า (Volga River)
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยังเมืองวลาดิเมียร์ โดยรถไฟหมายเลข N797H (18.58 – 20.58) ใช้เวลานั่งรถไฟ 1.54 ชั่วโมง
      20.58 น. เดินทางถึงเมืองวลาดิเมียร์ 
      จากนั้นเข้าพักยังโรงแรมที่พัก Amaks Golden Ring Hotel *3 ,Vladimir หรือเทียบเท่า 
  • Day 5
    วันที่ห้า วลาดิเมียร์ – ซุซดาล (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าและทำการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก เดินทางไปชม วิหารโบกอลยูโบโว (Bogolyubovo) ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของวลาดิเมียร์  “โบกอลยูโบโว” หมายถึงอ้อมกอดของพระเจ้า ในภาษารัสเซีย เมื่อปีค.ศ. 1158 เจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ (Prince Andrey Bogolyubsky) แห่งเมืองวลาดิเมียร์ ได้เห็นภาพพระแม่มารีปรากฏขึ้นใกล้กับเมืองๆ หนึ่งของวลาดิเมียร์ที่ปากแม่น้ำเนิร์ล (Nerl) และแม่น้ำเคลียสมา (Klyazma) ไหลมาบรรจบกัน เจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ จึงได้ตัดสินใจสร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้นทันทีทันใด อยู่ใกล้กับคริสตจักรแห่งการอธิษฐานของพระแม่มารีบนแม่น้ำเนิร์ล บริเวณที่เมืองเล็กๆ ล้อมรอบเปรียบเสมือนป้อมปราการ ซึ่งกลายมาเป็นหมู่บ้านในปัจจุบัน โบสถ์ทั้งสองแห่งสร้างขึ้นแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1165 ซึ่งเราจะเห็นซากปรักหักพังของปราสาทของเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ ที่ยังมีบันไดสำหรับเดินขึ้นไปชมข้างบนอยู่ โบสถ์ทั้งสองแห่งนี้ก็ได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน  
      จากนั้นชม คริสตจักรแห่งการอธิษฐานของพระแม่มารีบนแม่น้ำเนิร์ล (Spas-on-Nerl Church) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1165 โดยเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ เป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ และเป็นสัญลักษณ์ในยุคกลางของรัสเซีย แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ยังคงความงดงามยังคงอยู่ การสร้างโบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นเหตุการณ์แสนเศร้า เนื่องจากกองทัพของเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ ได้รับชัยชนะในการต่อสู้กับชาววอลก้า บัลแกเรีย ทว่าพระโอรสของเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ พระนามว่า อีเซียสลาฟ ได้ถูกสังหารจนสิ้นพระชนม์ชีพในสงครามนั้นด้วย โบสถ์แห่งนี้จึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้กับชัยชนะในสงคราม และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระโอรสของเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้ อีกด้วย
      จากนั้นชม ประตูทองแห่งวลาดิเมียร์ (Golden Gate) ประตูเมืองแห่งวลาดิเมียร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1158 - 1164 โดยเจ้าชายอังเดร โบโกลยัฟสกี้  แห่งวลาดิเมียร์ เป็นสถาปัตยกรรมสีขาวที่มีลักษณะเป็นป้อมปราการ โดยปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกเมืองโบราณวลาดิเมียร์  
      จากนั้นนำท่านชม วิหารอัสสัมชัญและเซนต์ดิมิทรี (Assumption and Dimitry Cathedrals) วิหารอัสสัมชัญ (Assumption Cathedral) หนึ่งในวิหารที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย มีจุดเด่นอยู่ที่โดมรูปหัวหอมทองคำ 5 โดม ภายในประดับด้วยภาพวาดสีของศิลปิน สมัยศตวรรษที่ 12 – 14 และภาพปูนปั้นมากมาย โดยปัจจุบันวิหารนี้ถือเป็นแบบจำลองของวิหารทั่วรัสเซียและเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมของอาสนวิหารอัสสัมชัญในมอสโกเครมลินอีกด้วย จากนั้นชม วิหารเซนต์ดิมิทรี (St. Dimitry Cathedral) สร้างด้วยหินสีขาวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวิหารอัสสัมชัญ เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะลวดลายที่แกะสลักหินขาวเป็นภาพนักบุญและสัตว์ในตำนานนานาชนิด
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองซุซดาล (Suzdal) เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศรัสเซีย ซุซดาลเป็นเมืองที่เงียบสงบและเปี่ยมเสน่ห์ เป็นที่ตั้งของอารามและวิหารหลายร้อยแห่ง สถาปัตยกรรมบ้านเรือนเป็นโครงสร้างไม้แบบชนบท นำท่านชม วิหารเซนต์ อูทีมิอุส (Monastery of Saint Euthymius) วิหารแห่งนี้ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 14 ก่อนจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญของเมืองในศตวรรษที่ 16 - 17 หลังจากได้รับเงินบริจาคในการบูรณะจากเจ้าชายวาซิลีที่ 3 โอรสของ อีวานที่ 3 แห่งรัสเซีย เจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 และครอบครัวพจาร์สกี้ที่เป็นตระกูลขุนนางในเมือง ในบรรดาอาคารที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ ได้แก่ วิหารอัสสัมชัญ หอระฆัง กำแพงและหอคอยโดยรอบ และวิหาร 7 ยอดของพระผู้เป็นเจ้า วิหารถูกสร้างขึ้นในสไตล์แกรนด์ ดัชชี่ ที่ผสมผสานกลิ่นอายระหว่างวลาดิเมียร์และซุซดาลเข้าด้วยกัน การตกแต่งภายในประกอบไปด้วยจิตรกรรมฝาผนัง ของ กูรี นิคิติน จิตรกรชาวคอสโตรมา ประเทศรัสเซีย ที่มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมฝาผนัง ในปี ค.ศ. 1689 ที่วิหารแห่งนี้ยังมีคุกสำหรับใช้จองจำนักโทษ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1764 ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นแหล่งที่อยู่ อาศัยของผู้คนที่ไม่นับถือศาสนาใดๆเลย คุกแห่งนี้ได้ถูกใช้ต่อเนื่องไปจนถึงยุคโซเวียต และเป็นที่รู้จักอย่างดีในนาม คุกของ ฟรีดริช วิลเฮ็ล์ม แอ็นสท์ เพาลุส (Friedrich Wilhelm Ernst Paulus) ซึ่งเป็นนายทหารในกองทัพเยอรมันและถูกจับกุมไว้ยังคุกแห่งนี้ หลังจากที่เขายอมแพ้ในสงครามสตราลินการ์ด ในปี ค.ศ. 1968 วิหารได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในการเก็บสิ่งของต่างๆทางประวัติศาสตร์ของวลาดิเมียร์และซุซดาล จากนั้นนำท่านชม   เครมลินแห่งซุซดาล (Suzdal Kremlin) เป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในเมืองซุซดาล สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 10 เช่นเดียวกับเครมลินแห่งอื่น ซึ่งมีลักษณะเป็นป้อมปราการและเป็นศูนย์กลางทางศาสนา ในบริเวณเดียวกันมีมหาวิหาร Cathedral of the Nativity ซึ่งเป็นมรดกโลกและเป็นหนึ่งใน 8 อนุสาวรีย์สีขาว ของเมืองวลาดิเมียร์และเมืองซุซดาล ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่เป็นสถาปัตยกรรมยุคกลางของรัสเซีย ทั้งนี้สิ่งก่อสร้างหลายอย่าง ในบริเวณใกล้เคียงกันก็ถูกยกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1992 
      จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์ไม้ (Wooden Architecture Museum) พิพิธภัณฑ์ถูกพบในปี ค.ศ. 1968 จากสถานที่เดิมของวิหารแห่งดิมิทรี พจาร์สกี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดในซุซดาล โครงสร้างสถานที่ต่างๆทำจากไม้ ที่นำมาจากทั่วเขตเมืองวลาดิเมียร์ ที่น่าสนใจคือสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ผู้คนใช้ทำเป็นที่ทำงานและที่อยู่อาศัยจริงๆ จึงเป็นเหมือนหมู่บ้านทั่วๆไป ที่มีกลิ่นอายที่ผสมผสานของประวัติศาสตร์และอารยธรรมเก่าแก่ของรัสเซียปนอยู่ด้วย 
      พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในบริเวณด้านหลังของแม่น้ำคาเมนก้า (Kamenka River) 
      เมื่อได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์กลางของซุซดาล (Suzdal Center) เพื่อให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์ในการนั่งรถม้าในแบบฉบับของเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า         
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ                                                                                                                                  
      จากนั้นเข้าพักยังโรงแรมที่พัก Veliy Hotel Suzdal *3 ,Suzdal หรือเทียบเท่า
  • Day 6
    วันที่หก ซุซดาล - อเล็กซานโดรฟ – เซอร์เกอร์เยฟ โปสาด (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า 
      จากนั้นเดินทางไปยัง เมืองอเล็กซานโดรฟ (Alexandrov) อเล็กซานโดรฟ เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองวลาดิเมียร์ โอแบลส พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักเพราะเป็นที่อยู่อาศัยในยุคกลางของราชวงศ์รัสเซีย เปรียบเสมือนบ้านที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญต่างๆมากมายของประวัติศาสตร์รัสเซีย ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นสำนักแม่ชีและเป็นที่บำรุงรักษาสถานที่ท่องเที่ยวทาง สถาปัตยกรรมที่น่าจดจำและน่ามาเยี่ยมชม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังแห่งเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 ผู้โหดเหี้ยม (Ivan the Terrible Palace) ตั้งอยู่ในเมือง อเล็กซานโดรฟหรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “เครมลินแห่ง อเล็กซานโดรฟ” สร้างขึ้นโดยเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 หลังจากที่พระองค์ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสหลังจากการพ่ายแพ้ในสงครามลิทัวเนีย และได้เกิดการวิตกกังวลที่จะถูกทรยศหักหลังจากบุคคลใกล้ชิด พระองค์จึงตัดสินใจออกจากกรุงมอสโกและหลบหนีเหล่าขุนนางมายังเมืองอเล็กซานโดรฟ ซึ่งที่แห่งนี้เป็นป้อมปราการของรัสเซียที่มีความเก่าแก่อย่างมาก สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยของกองทัพโอพริชนินา (กองทัพนี้มาจากขุนนางและบรรดาพ่อค้าบางคนในกรุงมอสโกที่ยังจงรักภักดีอยู่) 
      โดยในปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองอเล็กซานโดรฟ ภายใต้เขตบริหารของวลาดิเมียร์ โอแบลส
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นเดินทางไปยัง เมืองเซอร์เกอร์เยฟ โปสาด (Sergiev Posad) หรือ "ซาร์กอสค์" (Zagorsk) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกรุงมอสโก (Moscow) เมืองหลวงของประเทศรัสเซีย โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมทางศาสนาซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 - 18 นอกจากนี้แล้ว เมืองเซอร์เกอร์เยฟ โปสาด ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์อีกด้วย 
      นำท่านชม วิหารเซนต์เซอร์เกียส  (Trinity Sergius Lavra) เป็นวิหารที่สำคัญที่สุดของชาวรัสเซียและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของคริสตจักรออร์โธด็อกซ์รัสเซีย วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเซอร์เกอร์เยฟ โปสาดซึ่งห่างออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือจากกรุงมอสโก ที่ได้รับการพิจารณาจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993 อีกด้วย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ                                                                                                                                      
      จากนั้นเข้าพักยังโรงแรม Izmailovo Vega Hotel *4 , Moscow หรือเทียบเท่า 
  • Day 7
    วันที่เจ็ด กรุงมอสโก – กรุงเทพ (B/-/-)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นทำการเช็คเอาท์ออกจากที่พัก นำท่านเยี่ยมชม    อิซเมโลฟ เครมลิน (Izmailov Kremlin) ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นหมู่บ้านอิสเมโลฟ มาก่อน โดยได้ชื่อนี้มาจากครอบครัวหนึ่งในยุคนั้น ก่อนจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แทนของเดิมในปี ค.ศ. 1998 - 2007 ปัจจุบันเป็นสถานที่ใช้สำหรับจัดนิทรรศการ งานศิลปะ งานแสดงสินค้าต่างๆ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังตลาดอิซเมโลฟ (Souvenir Market Vernisaz) ซึ่งเป็นตลาดของที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโก มีของขายมากมายและหลากหลายในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าพันคอ นาฬิกา ภาพวาด และสินค้าที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือตุ๊กตาแม่ลูกดก (Matryoshka ) เป็นตุ๊กตาไม้เขียนลวดลายสวยงามและซ้อนกันเป็นชั้นๆ มีตั้งแต่จากตัวใหญ่ไปตัวเล็ก 
      จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสแดง (Red Square) ที่สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมทางจิตใจของชาวรัสเซีย ต่อด้วยนำท่านเลือกชมสินค้าที่ ห้างสรรพสินค้ากุม (GUM) ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงมอสโก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1895 ภายในมีร้านค้ามากกว่า 200 ร้านค้าให้ท่าได้เลือกชม จากนั้นนำท่านชม วิหารเซนต์เบซิล (St. Basil’s Cathedral) ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสแดง สร้างโดยเจ้าชายซาร์อีวานที่ 4 เพื่อเป็นการฉลองให้กับชัยชนะจากการต่อสู้กับชาวตาตาร์แอสตารากันและชาวคาซาน ผสมผสานไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณระหว่างรัสเซียโบราณและยุโรปตะวันตก 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน    
      นำท่านเยี่ยมชม สวนอเล็กซานเดอร์  (Alexander Garden) สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงมอสโก สวนที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ในช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิ  จากนั้นชม เครมลินแห่งมอสโก (Grand Kremlin Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์ โดยปัจจุบันเป็นที่ประชุมของรัฐบาลและเป็นที่รับรองแขกระดับผู้นำของประเทศ 
      นำท่านชม จัตุรัสวิหาร (Cathedral Square) เป็นจัตุรัสที่ล้อมรอบด้วยมหาวิหารและศาสนสถานสำคัญของราชวงศ์รัสเซีย 
      จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์ อาร์เมอรี่ (Armory Chamber) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของเจ้าชายมัสโควี่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 - 15 ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บสะสมของมีค่าที่ดีที่สุดของรัสเซีย พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่เป็น 1 ใน 3 พิพิธภัณฑ์ ที่เก็บรวบรวมทรัพย์สมบัติของพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งอีก 2 แห่ง อยู่ที่ประเทศอังกฤษและประเทศอิหร่าน 
      ได้เวลาอันสมควร นำท่านดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
      19.10 น. เดินทางสู่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสายการบินแอโรฟลอต เที่ยวบินที่ SU270 (1910-0830)+1 
      ใช้เวลาบิน 13 ชั่วโมง 20 นาที (รวมเวลาบินทั้งหมด 9 ชั่วโมง 20 นาที)
  • Day 8
    วันที่แปด กรุงเทพ
    • 08.30 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

Top