ทัวร์เซอร์เบีย มอนเตเนโกร บอสเนีย 12 วัน
ทัวร์
ยุโรป
ระยะเวลา
12 วัน
สายการบิน
วันเดินทาง
10-21 เม.ย. / 8-19 พ.ค. / 5-16 มิ.ย. / 11-22 ก.ย. / 12-23 ต.ค. 2563
Hilight

      เซอร์เบีย เป็นประเทศสาธารณรัฐ ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป เมืองหลวงคือกรุงเบลเกรด เซอร์เบีย มีอาณาเขตติดต่อกับฮังการีในทางทิศเหนือ ติดกับโรมาเนียและบัลแกเรียในทางทิศตะวันออก ติดกับมาซิโดเนียและแอลเบเนียในทางทิศใต้ และติดกับมอนเตเนโกร โครเอเชีย และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาในทางทิศตะวันตก
    มอนเตเนโกร มีความหมายว่า "ภูเขาสีดำ" เป็นประเทศเอกราชซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตจรดทะเลเอเดรียติกและโครเอเชียทางทิศตะวันตก จรดบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในทางทิศเหนือ จรดเซอร์เบียในทางทิศตะวันออก และจรดแอลเบเนียในทางทิศใต้ มีพอดกอรีตซาเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ในอดีต มอนเตเนโกรมีสถานะเป็นสาธารณรัฐในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย และต่อมาได้เป็นส่วนหนึ่งในสหภาพการเมืองของเซอร์เบีย-มอนเตเนโกร หลังจากมีการลงประชามติเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2006 มอนเตเนโกรก็ได้ประกาศเอกราชในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2006 ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มอนเตเนโกรได้รับการกำหนดให้เป็น "รัฐประชาธิปไตยสวัสดิการ และสิ่งแวดล้อม"
     บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นประเทศบอลข่านตะวันตกที่มีภูเขามาก เมืองหลวงชื่อซาราเจโว และมีเมืองมอสตาร์ ที่องค์กรยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานมอสตาร์รวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพาน อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บอสเนียเดิมเป็นหนึ่งในหกสาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย ได้รับเอกราชในสงครามยูโกสลาเวียในทศวรรษที่ 19 และเนื่องจากข้อตกลงเดย์ตัน จึงเป็นรัฐในอารักขาของชุมชนนานาชาติ ปกครองโดยตัวแทนระดับสูงที่เลือกโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    กรุงเทพ (Bangkok) –เบลเกรด (Belgrade)
    • 18:30     พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เพื่อนำท่านเช็คอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง 

       21:45    เหินฟ้าสู่เมือง อิสตันบูล โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน TK065 (ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมง 25 นาที) อาหารบนเครื่องบิน


  • Day 2
    เบลเกรด (Belgrade)
    • 04:10    เดินทางถึงเมือง อิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องไปยังเมือง เบลเกรด
      07:40    เหินฟ้าสู่เมืองเบลเกรด โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน TK1081 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 40 นาที) 
      08:20      เดินทางถึงสนามบินเบลเกรด นิโคลา เทสลา เมืองหลวงของประเทศเซอร์เบีย
      เช้า         พาท่านเดินทางไปยัง เมืองเบลเกรด เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย มีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ มีแม่น้ำสำคัญตัดผ่านเมืองสองสาย คือ แม่น้ำซาวาไหลจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และมาบรรจบกับแม่น้ำดานูบ โดยจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมารวมกัน ถือว่าเป็นสมรภูมิที่ดีมาแต่ยุคโบราณจึงเป็นที่ตั้งของ ป้อมปราการโบราณของเบลเกรด  (Belgrade Fortress)
      จากนั้นพักดื่มกาแฟที่ ร้าน Question Mark (?) ร้านอาหาร ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในเบลเกรด ตั้งแต่ปี ค.ศ.1823 จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ ซาวา (St. Sava Temple) ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เชื่อกันว่าเป็นสถานที่เผาศพนักบุญซาวา ซึ่งเป็นนักบุญที่เคารพของชาวเซอร์เบีย ตัวอาคารเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1935 แต่ก็การก่อสร้างได้หยุดชะงักลง จนกระทั่งมี การเริ่มสร้างใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ.1985 จนถึงปัจจุบันอาคารภายในก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามคาดว่ามหาวิหารแห่งนี้จะสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2020 โดยจะมีการสร้างลิฟท์ขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิว จากมุมสูงบริเวณฐานโดมของมหาวิหารแห่งนี้ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมบรรยากาศแม่น้ำซาวาและแม่น้ำดานูบ
      กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน 
      บ่าย   หลังจากนั้นเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์และหลุมฝังศพของ Tito ประธานาธิบดีของยูโกสลาเวียและผู้นำการเคลื่อนไหวของประเทศในช่วงสงครามเย็น ซึ่งภายในจัดตกแต่งด้วยเครื่องบรรณาการจากนานาประเทศ ปืนและอาวุธมากมายที่ใช้ในการทำสงครามต่างๆ รวมถึงเครื่องแต่งกายของ นายพลติโต ผู้นำแห่งประเทศยูโกสลาเวีย
      เย็น         รับประทานอาหารเย็น 
                     เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Belgrade 

  • Day 3
    เบลเกรด (Belgrade) – สมีเดอเรโว (Smederevo) – เสเพนสกิ เวียร์ (Lepenski Vir) – เบลเกรด (Belgrade)
    • เช้า         รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      ออกเดินทางจากเบลเกรด เพื่อเดินทางไปยัง สมีเดอเรโว (Smederevo) ระยะทาง 54 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) สมีเดอเรโวตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศเซอร์เบีย และเป็นศูนย์กลางการปกครองของเขต Podunavski ครอบคลุมพื้นที่ 481.5 กิโลเมตร และล้อมรอบด้วยแม่น้ำดานูบ ทางทิศเหนือ Velika Morava ทางตะวันออก และภูเขา Sumadija ทางทิศใต้และทิศตะวันตก สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือป้อม Smederevo ซึ่งเป็นป้อมปราการยุคกลางที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของสมีเดอเรโว 
      นำท่านชม ป้อมปราการสมีเดอเรโว ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 เป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปซึ่งเป็นเมืองที่มีป้อมปราการยุคกลางและเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของเซอร์เบียในยุคกลาง และเป็นป้อมสามเหลี่ยมที่มี 25 หอคอย 
      จากนั้นเดินทางไปยังเมือง คอสโตแลค (Kostolac) เมืองที่เคยเป็นด่านหน้าเก่าของโรมันซึ่งเพิ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมเมืองเมื่อไม่นานมานี้ 
      พาท่านไปชม เมืองโบราณวิมินาซิอุม (Viminacium) นับเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีชื่อเสียงของประเทศเซอร์เบีย ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองคอสโตแลค ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองโรมันที่ใหญ่สุดในศตวรรษที่ 1 ในศตวรรษที่ 5 เมืองนี้ได้ถูกชาวฮั่นบุกเข้าทำลายล้าง ต่อมามีการบูรณะเมืองขึ้นใหม่ ก่อนจะถูกรื้อถอนทำลายอีกครั้งในศตวรรษที่ 6 ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 จนถึงปัจจุบันมีการค้นพบสิ่งประดิษฐ์โบราณนับหมื่นชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องสีทองแกะสลัก สัญลักษณ์เกี่ยวกับเวทมนตร์ของชาวโรมัน หยก ประติมากรรมหินอ่อน เครื่องปั้นดินเผา ภาพเฟรสโก (fresco) ซึ่งเป็นภาพเขียนบนปูนฉาบฝาผนังที่ยังเปียกอยู่ และหลุมศพอีก 14,000 แห่ง จากนั้นเดินทางไปชม ป้อมปราการ Golubac ซึ่งเป็นหนึ่งในป้อมปราการยุคกลางที่สวยที่สุดของกลุ่มบอลข่าน 
      กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย          นำท่านเดินทางสู่ เลเปนสกี้ วีร์ (Lepenski Vir) ระยะทาง 40 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เลเปนสกี้ วีร์ เป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ในบริเวณหุบโตรกแห่งเจียร์แดป ริมฝั่งแม่น้ำดานูบติดชายแดนประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นใจกลางของวัฒนธรรมในยุคหินก่อนประวัติศาสตร์ของภูมิภาคบอลข่าน มีอายุย้อนหลังไปได้ถึง 7,500 - 9,000 ปี แหล่งขุดค้นทางโบราณคดีแห่งนี้ ได้รับการขุดย้ายจากบริเวณเดิมที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำดานูบและถูกยกขึ้นมาเหนือตลิ่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของทางราชการ จากนั้นเดินทางกลับไปยัง เมืองเบลเกรด (Belgrade) เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
      เย็น          รับประทานอาหารเย็น
                      เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Belgrade 
  • Day 4
    เบลเกรด (Belgrade) – ดิฟชีบาเร (Divcibare) – ดระเวนกราด (Drvengrad) – ซะลาติบอร์ (Zlatibor)
    • เช้า     รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นเดินทางสู่ ซาร์กาน (Sargan) ระยะทาง 111 กิโลมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) แวะดื่มกาแฟที่ ภูเขา Divcibare อันสวยงามซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “สปาอากาศ” ภูเขา Divcibare ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนอากาศจะมีกลิ่นเหมือนดอกแดฟโฟดิลที่บานอยู่บนภูเขา ส่วนในฤดูหนาวจะมีหิมะขาวปกคลุมอยู่ตลอด
      กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน
       บ่าย จากนั้นนั่งรถไฟเครื่องจักรไอน้ำ Sargan Eight Train เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟรางแคบ (ความกว้าง 760 มม.) ซึ่งจะเชื่อมต่อสองทางรถไฟหลักที่สร้างขึ้นโดยสองประเทศคือ เซอร์เบีย (จาก Belgrade ถึง Mokra Gora) และออสเตรีย - ฮังการีจักรวรรดิ (จาก Dubrovnik ไป Visegrad) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1925 ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ผ่านอุโมงค์ 22 แห่ง สะพาน 5 แห่ง รางรถไฟนี้มีความกว้างของรางที่แคบที่สุดเพียง 760 มม. หรือ 30 นิ้ว เท่านั้น ซึ่งเป็นรถไฟที่ได้มีการอนุรักษ์ และมีความสำคัญในอดีตโดยวิ่งจากเมืองซาราเจโวไปยังเมืองเบลเกรด และได้หยุดทำการในปี ค.ศ.1974 และในปี ค.ศ.1999 - 2003 
      นำท่านออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านดระเวนกราด (Drvengrad Village) เป็นหมู่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้จัดแสดงด้านวัฒนธรรม สร้างโดยผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเซอร์เบีย Emir Kusturica ผู้ได้รับรางวัล Palm d’Or ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ได้สร้างภาพยนตร์ชื่อ Life is a Miracle 
      เดินทางต่อไปยัง จุดชมวิว ภูเขาธารา ที่สามารถมองเห็นแม่น้ำดรีนา (Drina) และทะเลสาบเปรูแคก (Perucac) ได้จากระดับความสูง 1,024 เมตร 
      จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง ซะลาบิตอร์ (Zlatibor) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไดนาริค ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ เทือกเขานี้ มีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ซึ่งบริเวณแห่งนี้ เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่พักตากอากาศ และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายในหน้าร้อน และจะมีหิมะปกคลุมตามยอดเขาในฤดูหนาว
      เย็น                รับประทานอาหารเย็น
      เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Zlatibor 
  • Day 5
    ซะลาติบอร์ (Zlatibor) – ยูแวค (Uvac) – พอดกอรีตซา (Podgorica)
    • เช้า           รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      นำท่านออกเดินทางสู่ ยูแวค (Uvac) ระยะทาง 78.6 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 29 นาที) ยูแวคมีต้นกำเนิดในหมู่บ้านคาริคินา ที่ระดับความสูง 1,460 เมตรจากระดับน้ำทะเล นำท่านชม ยูแวค แคนยอน (Uvac Canyon) ไฮไลท์ของที่นี่คือแม่น้ำคดเคี้ยวอันงดงามที่มีความยาว 75 กิโลเมตร ซึ่งจะได้ล่องเรือบนแม่น้ำ Uvac ที่สวยงาม ชมถ้ำน้ำแข็งต่างๆ และชมแร้งสีน้ำตาล (Griffon Vulture) ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่แห่งนี้
      กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน 
       บ่าย          หลังจากนั้นนำท่านเยี่ยมชม อาราม mileseva มีความเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ภายในมีภาพวาดปูนเปียก White Angel ซึ่งเป็นหนี่งในผลงานศิลปะยุโรปที่สวยที่สุดในยุคกลาง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง พอดกอรีตซา เมืองหลวงของ มอนเตเนโกร ผ่านชมสถานที่ต่างๆ รอบเมืองพอดกอรีตซา ชื่อ พอดกอรีตซา ในภาษาเซอร์เบีย เมื่อแปลตามตัวอักษรจะมีความหมายว่า "ใต้กอรีตซา" กอรีตซา หมายถึง ภูเขาลูกเล็กๆ เป็นชื่อของเขาลูกหนึ่งซึ่งสามารถมองลงไปเห็นเมืองนี้ได้ 
      เย็น           รับประทานอาหารเย็น 
                      เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Podgorica 

  • Day 6
    พอดกอรีตซา (Podgorica) – สกาดาร์ (Skadar) – พอดกอรีตซา (Podgorica)
    • เช้า            รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นเดินทางสู่ สกาดาร์  (Skadar) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรบอลข่าน ตั้งอยู่ในหุบเขาซีตา สกาดาร์ ล้อมรอบด้วยภูเขาและห่างจากทะเลเอเดรียติก 7 กิโลเมตร ซึ่งสองในสามของทะเลสาบ Skadar อยู่ในเขตของประเทศมอนเตเนโกร มีพื้นที่ 370 ตารางกิโลเมตร แนวชายฝั่งมีความสวยงามมากโดยเฉพาะทางด้านเหนือและตะวันตก 
      นำท่าน ล่องเรือในทะเลสาบ Skadar ที่สวยงาม และมีชื่อเสียงในเรื่องความหลากหลายของพืชและสัตว์ ทะเลสาบสกาดาร์ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นแหล่งที่อยู่สำหรับสัตว์ป่า และเป็นเขตอนุรักษ์นกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แห่งสุดท้ายของ นกกระทุงดัลเมเชีย (Dalmatian Pelican) ที่ใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักของนกที่อพยพจากยุโรปเหนือไปยังแอฟริกา ทะเลสาบสกาดาร์เป็นที่อยู่อาศัยของนกกว่า 280 สายพันธุ์ และการดูนกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญของที่นี่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของปี (ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่ดีที่สุดสำหรับการดูนก)
      กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวันที่ทะเลสาบ 
      บ่าย          หลังจากนั้นพาท่านไปเยี่ยมชม โรงกลั่นไวน์ “13 กรกฎาคม” ซึ่งเป็นหนึ่งในไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในยุโรป จากนั้นเดินทางกลับไปยังเมือง พอดกอรีตซา (Podgorica) เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
      เย็น         รับประทานอาหารเย็น
                    เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Podgorica 
  • Day 7
    พอดกอรีตซา (Podgorica) – บุดวา (Budva) – กอตอร์ (Kotor)
    • เช้า            รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      นำท่านเดินทางสู่เมือง บุดวา (Budva) เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนชายฝั่งอาเดรียติค เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งที่ตั้งอยู่รอบทะเลอาเดรีตติค มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 2,500 ปี ปัจจุบันได้รับฉายาว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งมอนเตเนโกร” อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชม เมืองเก่า บุดวา ที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบยุโรปยุคกลางเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
      จากนั้นเดินทางสู่ เมืองกอตอร์ (Kotor) ตั้งอยู่ริมอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเมืองหนึ่ง และเป็นเมืองที่ได้รับขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเล เมดิเตอร์เรเนียน” นําท่านชมความงดงามของเมืองกอตอร์ เป็นเมืองที่สร้างภายในกําแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือ เมืองเก่า (Old town) เมืองเก่าของกอตอร์เป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตามแบบฉบับของยุคกลางที่สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 12 และ 14 สถาปัตยกรรมยุคกลางและมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย ทำให้กอตอร์เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ โดยกําแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส สถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน
      กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน 
      บ่าย          จากนั้นนำท่าน ล่องเรือตามอ่าว Bokan Kotorska ชม Sveti Stefan เกาะเล็กๆ ที่เป็นป้อมปราการโจรสลัดในศตวรรษที่15 ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเล เกาะนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความเรียบง่ายและสง่างาม นอกจากนี้ท่านยังมีโอกาสได้เห็นเมืองเก่าและใหม่ทั้งหมดในอ่าว 
                     จากนั้นเดินทางกลับที่พักในเมืองบุดวา (Budva) 
      เย็น          รับประทานอาหารเย็น 
                     เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Budva 

  • Day 8
    บุดวา (Budva)– เทรบินจ์ (Trebinje) – โพไซเดิลจ์ (Pocitelj) – มอสตาร์ (Mostar)
    • เช้า          รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นเดินทางสู่ เทรบินจ์ ประเทศบอสเนีย ระยะทาง 82 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)     เทรบินจ์เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีป้อมปราการที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายส่วนที่สร้างจากหิน เดินทางไปชม เมืองเก่า Blagaj ซึ่งเป็นหมู่บ้านในเมือง Kasaba ที่มีองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมออตโตมันและเมดิเตอร์เรเนียน นำท่านชม Pocitetelj เป็นหมู่บ้านที่มีกำแพงล้อมรอบและมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ศตวรรษที่16 ถึงศตวรรษที่ 18 ในช่วงยุคกลางและออตโตมัน สถาปัตยกรรมส่วนที่สร้างด้วยหินของเมืองจะมีความซับซ้อนและสวยงดงาม 
      กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางไปมอสตาร์ 
      บ่าย         นำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองมอสตาร์ (Mostar) เพื่อชมรอบๆ เมืองซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ
      สถาปัตยกรรม มอสตาร์เป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดครั้งใหญ่และโดนผลกระทบในช่วงสงครามระหว่างเซิร์บกับโครแอต มอสตาร์เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ตั้งอยู่บนแม่น้ำเนเรทวา(Neretva) ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพรมแดนกั้นวัฒนธรรมของสองท้องถิ่น คือทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจะเป็นส่วนของศาสนาอิสลามคือเป็นส่วนที่เป็นที่ตั้งของสุเหร่าและบ้านเรือนแบบชาวเตอร์กิส ส่วนฝั่งตะวันตกจะเป็นส่วนของศาสนาคริสต์แบบคาทอลิก อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์และที่อยู่ของนักบวช ปัจจุบันมอสตาร์เป็นเมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งประเทศของบอสเนีย คำว่า มอสตาร์ มาจากคำว่า “The Bridge Keepers” หมายถึง ชาวมอสตาร์ที่คอยดูรักษาสะพานที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเนเรทวา ซึ่งในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.2005 องค์กรยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพาน ให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จากนั้นเดินทางกลับไปยังที่พักในเมืองมอสตาร์ (Mostar)
      เย็น         รับประทานอาหารเย็น 
                    เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Mostar 
  • Day 9
    มอสตาร์ (Mostar) – ซาราเจโว (Sarajevo)
    • เช้า          รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  
      จากนั้นเดินทางไปชม บังเกอร์ขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นบนภูเขาในเมือง Konjic สถานที่ที่ซึ่งเป็นความลับที่เก็บ รักษาไว้อย่างดีที่สุดของยูโกสลาเวีย ซึ่งผู้นำของสาธารณรัฐยูโกสลาเวียได้วางแผนทำสงครามปรมาณู และที่นี่เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่แพงที่สุดในอดีตยูโกสลาเวีย โดยใช้เวลาสร้าง 26 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ.1953 ถึง ค.ศ.1979) 
      กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน 
      บ่าย         จากนั้นนำท่านชม เมืองซาราเจโว (Sarajevo) ซาราเจโวเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นเมืองที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งในแถบคาบสมุทรบอลข่าน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ในช่วงปี ค.ศ. 1461 เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญของเมืองซาราเจโว ซึ่งก็คือในประเทศนี้เองที่เป็นสถานที่ที่ อาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์ แห่งออสเตรีย ถูกลอบปลงพระชนม์ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 และ เป็นสาเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 นอกจากนี้ในช่วงระยะเวลาที่ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาต้องการแยกออกจากประเทศยูโกสลาเวีย เมืองซาราเจโวถูกปิดล้อมโดยกองทัพยูโกสลาเวียเป็นระยะเวลากว่า 1,425 วัน (ประมาณ 3 ปี 11 เดือน) โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้ถูกบันทึกว่าเป็นเหตุการณ์ปิดล้อมเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกสมัยใหม่ แต่ในปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปเลยทีเดียว สำหรับคนทั่วไปอาจจะคุ้นเคยกับภาพของสงครามต่างๆ ที่ผ่านมาแต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ในปี 2011 – 2012 เมืองซาราเจโวกลับถูกเลือกโดยนิตยสาร LONELY PLANET ให้ติด
      อยู่ในสิบอันดับแรกของเมืองที่ท่านต้องเดินทางมาท่องเที่ยว และนอกจากนี้ ในปี 2014 เมืองซาราเจโว เป็นเมืองเดียวที่อยู่นอกสหภาพยุโรปและถูกเสนอชื่อเข้าชิงในการที่จะได้เป็น EUROPEAN CAPITAL OF CULTURE IN 2014 
      เย็น        รับประทานอาหารเย็น
                   เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Sarajevo 

  • Day 10
    ซาราเจโว (Sarajevo) – ทราฟนิค (Travnik) – บีฮาช (Bihac)
    • เช้า   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นเดินทางสู่ เมืองทราฟนิค (Travnik)อดีตเมืองหลวงของออตโตมันแห่งบอสเนียเป็นระยะเวลา 150 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1697 – 1850 ชม ป้อมปราการและสะพานอันงดงามเหนือแม่น้ำลาสว่า เมื่อก่อนเมืองนี้ถูกเรียกว่าอิสตันบูลแห่งยุโรปและเป็นเมืองปราสาทแห่งทราฟนิค ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับชีสแกะ ที่นี่เป็นบ้านเกิดของผู้เขียนรางวัลโนเบล Ivo Andric ผู้ประพันธ์นวนิยายคลาสสิกบอสเนีย 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน 
      บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองบีฮาช (Bihac)เป็นเมืองในรัฐอูนา-ซานา ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ-ตะวันตกของประเทศ บนฝั่งแม่น้ำอูนา ใกล้ชายแดนประเทศโครเอเชีย ซึ่งเคยอยู่ใต้การปกครองของประเทศตุรกีจนถึง ค.ศ.1878 ให้ท่านชม วิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำอูนา ที่มีฉากหลังเป็นอุทยานแห่งชาติอูนา จากนั้นเดินทางกลับไปยังที่พักในเมือง (Bihac)
      เย็น   รับประทานอาหารเย็น
                 เข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาว หรือเทียบเท่า ในเมือง Bihac 

  • Day 11
    บีฮาช (Bihac) – สตรัคคิ บุค (Strbacki Buk) – จาจเซ่ (Jajce) - ซาราเจโว (Sarajevo)
    • เช้า     รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นนำท่านชม น้ำตกสตรัคคิ บุค (Strbacki Buk) เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในอุทยานอูนา มีความสูงถึง 24.5 เมตร ให้ท่านได้ชมวิวพร้อมกับถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองจาจเซ่ ระยะทาง 166 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 35 นาที)
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างเดินทางไป เมืองจาจเซ่ 
      บ่าย จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองจาจเซ่ (Jajce) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางของสหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 14 และทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรบอสเนียที่เป็นอิสระในช่วงเวลานั้น นำท่านชม น้ำตกพลิวา (Pliva Waterfalls) น้ำตกพลิวาเป็นน้ำตกที่ติดอันดับหนึ่งในสิบสองน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 22 เมตร นอกจากนี้ยังเป็นน้ำตกเพียงแห่งเดียวในโลกที่อยู่ระหว่างจุดบรรจบของแม่น้ำพลิวาและแม่น้ำวรีบาส 
      จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองซาราเจโวเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย 
      จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติซาราเจโว
      18:00 นำท่าเช็คอิน เพื่อนเดินทางกลับสู่สนามบิยสุวรรณภูมิ
      21:10 ออกเดินทางสู่เมืองอิสตันบูล โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน TK1026 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 55 นาที)
      00:05 เดินทางถึงเมืองอิสตันบูล เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
      01:25 เหินฟ้าสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน TK068 (ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง 35 นาที)
  • Day 12
    ซาราเจโว (Sarajevo) –กรุงเทพ (Bangkok)
    • 15:00     เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมความประทับใจ
Top