ทัวร์มอลตา ทริปสุดโรแมนติก สัมผัสเส้นทางอันงดงามแปลกตาที่ประเทศมอลตา เกาะซิซิลี และดินแดนตอนใต้ของอิตาลี โกลบอล ฮอลิเดย์ ขอนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและความสวยงามของมรดกโลกในทวีปยุโรป เยือนบารี เมืองทางตอนใต้ของอิตาลี เกาะซิซิลี และประเทศมอลตา สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของท้องทะเลสีฟ้าอันสดใส อาบวัฒนธรรมของหมู่เกาะ พร้อมฟังเสียงคลื่นซัดทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าจะเป็นมอลตา เกาะสวรรค์แห่งยุโรป เยี่ยมชมมรดกโลกถึง 10 แห่งของอิตาลีใต้ นำท่านสัมผัสภูเขาไฟเอตน่า (Mount Etna) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป มีความสูงถึง 3,323 เมตร โดยบนยอดเขาจะมีหิมะปกคลุมยาวนานตลอด 9 เดือนของทุกปี นอกจากนี้ภูเขาไฟแห่งนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และเยือนหมู่บ้านหินปูนที่เมืองอัลเบอโรเบลโล บ้านสวยงามแปลกตา ที่ตัวบ้านทาสีขาวสะอาดตตา หลังคาโดดเด่นเป็นรูปทรงกรวย
ระยะเวลา 10 วัน 7 คืน
วันเดินทาง 3 – 12 พฤษภาคม / 4 – 13 ตุลาคม 2568

เริ่มต้น ทัวร์มอลตา ณ วัลเลตตา (Valletta) เมืองหลวงของประเทศมอลตา และเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของสหภาพยุโรป (EU) วัลเลตตาถูกเปรียบเป็นดั่งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1980 นำท่านเที่ยวชมเมืองวัลเลตตา (Valletta) ดังนี้
- สวนบาร์ราคา (Upper Barraka Gardens) ซึ่งมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองด้านล่าง รวมทั้งท่าเรือหลัก (Grand Harbour) และกำแพงเมืองอันงดงาม
- โรงแรมที่พักแบบโบราณ (Auberges)
- อาคารที่สร้างแบบหรูหรา (Palazzos)
- พระราชวังหลัก (Grand Master Palace)
- มหาวิหารเซนต์จอห์น (St.John Co-Cathedral) อาคารสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าเเก่มากอีกเเห่งในมอลตา ภายในมหาวิหารมีงานจิตรกรรมบนผนังและเพดานที่บอกเล่าเรื่องราวของศาสนา เเละมีการประดับประดาด้วยทองคำที่ระยิบระยับงดงาม
ทัวร์มอลตา นำท่านชมโบสถ์มอสต้า โดม (Mosta Dome) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิคทรงกลมที่สวยงามและเป็นการออกแบบที่สวยที่สุดในมอลตา สร้างเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารี มีเหตุการณ์ที่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่โบสถ์โดนระเบิดทิ้งลงตรงใจกลางโดม และตกลงไปข้างในในขณะที่มีคนอยู่ข้างในกว่า 300 คน แต่ระเบิดก็ไม่ระเบิดออกมา ทำให้เชื่อว่านี่คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
นำท่านชมหมู่บ้านตา อาลี (Ta ‘Qali) เดิมเคยเป็นพื้นที่ในส่วนของฐานทัพอากาศของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นำท่านเดินเล่นชมรอบๆ ตา อาลีที่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมากมายที่มีชื่อเสียงทำที่นี่ อาทิ สิ่งประดิษฐ์จากการเป่าแก้วสี และเครื่องประดับเงิน ท่านสามารถเยี่ยมชมงานฝีมือด้านต่างๆ และหาซื้อของที่ระลึกได้จากที่นี่ จากนั้นแวะถ่ายรูปที่จุดชมวิวหน้าผาดิงกลี (Dingli Cliffs) ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม จากมุมมองของหน้าผาสูงชัน ตรงบริเวณนั้นจะมีโบสถ์เล็กๆ ชื่อ Saint Mary Magdalan Church ตั้งอยู่ติดหน้าผา
เดินทางต่อไปชมเอ็มดิน่า (Mdina) เมืองหลวงโบราณของมอลตา เป็นเมืองที่สร้างในยุคกลางที่มีความสวยงามมาก มีอาคารสถาปัตยกรรมโบราณในรูปแบบบาร็อก มีมหาวิหาร และมีกำแพงล้อมเมืองที่สูงตระหง่าน เป็นที่รู้จักกันของชาวมอลตาในชื่อเมืองว่า “เมืองแห่งความเงียบสงบ” (Silent City) ขอแนะนำว่าการชมเมืองนี้ที่ดีที่สุดคือ การเดินเท้าเยี่ยมชมไปเรื่อยๆ ตามถนน ตรอก ซอก ซอย ท่านจะได้รับอรรถรสอย่างเต็มที่
ในช่วงเช้า ทัวร์มอลตา นำท่านล่องเรือชมทัศนียภาพความสวยงามของบริเวณที่เรียกว่า Wied iz-Zurrieq (Valley of Zurrieq) ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำบลูกรอตโต (Blue Grotto) แห่งเกาะมอลตา ความโดดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือน้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าใสคล้ายกับสามารถสะท้อนแสงได้ในความมืด (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านชาวประมงมาร์แซกซ์ลอค (Marsaxlokk Fishing Village) เป็นที่รู้จักกันในนาม ตลาดมาร์แซกซ์ลอค (Marsaxlokk Market) ซึ่งเป็นตลาดปลาขนาดใหญ่ที่อยู่ริมทะเล บริเวณชายฝั่งและท่าเรือมีบรรยากาศสบายๆ และสวยงาม ภาพของอาคารไม่สูงที่สร้างเรียงรายริมฝั่ง ตัดกับภาพกลุ่มเรือประมงแบบดั้งเดิมตามวิถีชีวิตชาวบ้านที่มีสีสันฉูดฉาดและสดใส มีสัญลักษณ์โดดเด่นเป็นรูปดวงตาสองข้าง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า เรือลูซซู (Luzzu)
ทัวร์มอลตา นำท่านล่องเรือข้ามฟากเดินทางสู่เกาะโกโซ (Gozo Island) เป็นเกาะที่มีความงดงามทางธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของหมู่เกาะมอลตา มีความเขียวขจีมากกว่าเกาะใหญ่ และเป็นอีกจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ รวมทั้งนักดำน้ำ นำท่านเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะโกโซ อันได้แก่
- โบสถ์ทาพินู (Ta Pinu Shrine) สร้างอุทิศให้กับพระแม่มารี ทำเลตั้งอยู่บริเวณใกล้หน้าผาจึงสามารถมองวิวทิวทัศน์ได้ในมุมกว้าง นับเป็นอีกหนึ่งโบสถ์ที่มีความสำคัญของคริสตจักร เนื่องจากพระสันตะปาปามาเยือนถึง 2 ท่าน
- จุดชมวิวอ่าวดเวจร่า (Dwejra Bay) ที่นี่ท่านจะเห็นชายหาดที่มีโขดหินปูนรูปทรงแปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณริมอ่าวดเวจร่า และใกล้ๆ กันจะมีพื้นที่บริเวณที่เรียกว่า ทะเลปิด (Dwejra Inland Sea) ซึ่งถูกปิดล้อมด้วยหินผาสูงใหญ่โดยรอบ
- วิหารหินกานเตีย (Ggantija Temple) แหล่งโบราณคดีที่สำคัญของเกาะโกโซ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1980 เป็นกลุ่มหมู่วิหารหินขนาดใหญ่ในยุคหินใหม่ (Neolithic) คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงประมาณ 3,600 ถึง 3,200 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งนับว่ามีความเก่าแก่ยิ่งกว่า สโตนเฮ้นจ์ (Stonehenge) และเหล่าปิระมิดในอียิปต์เสียอีก
- เมืองราบัต (Rabat) เป็นที่รู้จักกันในนาม เมืองวิคตอเรีย (Victoria) นำท่านเดินชมรอบเมือง ถ่ายรูปกับป้อมปราการวิคตอเรีย (Victoria Fortress) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Castello หรือ Cittadella พร้อมเก็บภาพความสวยงามทั้งธรรมชาติ และหมู่อาคารบ้านเรือนโรมันโบราณที่ยังคงความสวยงามจนถึงปัจจุบัน แวะชมกาล่า เบลเวเดเร (Qala Belvedere) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เป็นจุดที่สามารถถ่ายรูปเห็นทั้งเกาะโคมิโน และเกาะใหญ่มอลตาได้อย่างสวยงาม
ทัวร์มอลตา เดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปยังเกาะซิซิลี (Sicily) ที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลีทางตอนใต้ โดยไปขึ้นฝั่งยังท่าเรือเมืองปอซซาโล (Pozzallo) เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองรากูซา (Ragusa) เมืองหินโบราณของชาวโรมัน นำท่านเดินชมเมืองที่มีบ้านเรือนสร้างจากหิน มีตรอกซอกซอยเล็กน้อย กระจายตามไหล่เขา มีจัตุรัสน้อยใหญ่ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมสวยงามให้เดินชมมากมาย ทั้งโบสถ์ มหาวิหาร สถานที่ราชการ และร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ
จากนั้นเดินทางต่อสู่อากรีเจนโต (Agrigento) อดีตเมืองโบราณของชาวกรีกที่ชื่อว่า ชุมชนอัครากาส (Akragas) มีอายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ในอดีตชาวกรีกนิยมสร้างวิหารบูชาเทพเจ้า จึงพบซากอาคารศาสนสถานในสมัยกรีกยังหลงเหลือกระจายอยู่เต็มเมือง นำท่านชมหุบเขาแห่งวิหาร (Valley of Temple) กลุ่มศาสนสถานวิหารบูชาเทพเจ้ากรีก โดยหุบเขาแห่งวิหารแห่งนี้ มีวิหารอยู่ถึง 7 แห่ง แต่มีเพียงวิหารคองคอร์ด (Temple of Concord) ที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามหลงเหลือให้เห็นอยู่ สร้างเพื่อบูชาเทพีคอร์เดีย เทพีแห่งความสมานฉันท์ ความเข้าใจและความปรองดองกันในชีวิตคู่ ในตำนานเทพเจ้ากรีกที่เทียบเท่ากับเทพีฮาร์โมเนีย
จากนั้น ทัวร์มอลตา เดินทางต่อไปยังเมืองปาแลร์โม (Palermo) เมืองหลักในเกาะซิซิลี ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของซิซิลี นำท่านเที่ยวชมเมืองปาแลร์โม (Palermo) ที่มีประวัติยาวนานย้อนหลังไปถึง 800 ปีก่อนคริสตกาลและผ่านการยึดครองจากชนหลายชาติหลายภาษา ทำให้มีโบราณสถานโบราณวัตถุในลักษณะและรูปแบบแตกต่างกันอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่
- มหาวิหารปาแลร์โม (Palermo Cathedral) แห่งนิกายโรมันคาทอลิค สร้างอุทิศให้แด่พระแม่มารี ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานที่มีความแตกต่างกัน เช่น นอร์มัน มัวร์ริช โกธิค บาร็อค และนีโอคลาสสิก
- จัตุรัสกวอโต้ คานติ (Quattro Canti) เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อ จัตุรัสเวรกอกนา (Piazza della Vergogna) เป็นจัตุรัสสไตล์บาร็อค รูปทรงแปดเหลี่ยม สี่ด้านติดถนน ส่วนที่เหลืออีกสี่ด้าน คือ อาคารแบบบาร็อคที่ล้อมรอบตัวจัตุรัส
- จัตุรัสพริทอเรีย (Piazza Pretoria) หรือรู้จักกันในนาม “จัตุรัสแห่งความละอาย” (Square of Shame)
- น้ำพุพริทอเรีย (Fontana Pretoria) เป็นน้ำพุที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นของทวยเทพกรีก 12 องค์ ตั้งอยู่ท่ามกลางรูปปั้นสัตว์ต่างๆ เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมือง
- โบสถ์แห่งพระเยซู (Church of Jesus) มีลักษณะเป็นลวดลายหินอ่อนสวยงาม มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพปูนปั้น และรูปปั้นที่สวยที่สุดในเมือง
- โบสถ์เซนต์โจเซฟ (Church of St. Joseph) ซึ่งเป็นอีกโบสถ์ในใจกลางเมืองที่มีความสวยงามอย่างยิ่ง
- ตลาดถนนโคป้า (Copa Street Marketชมสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ผ่านมุมมองของอาหารการกินในแบบของชาวปาแลร์โม
ทัวร์มอลตา นำท่านชมเปียซซา อาร์เมรีนา (Piazza Armerina) เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ตั้งแต่ยุคกลางถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 นำท่านชมสถานที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องโมเสกโรมัน นั่นคือ วิลล่า โรมาน่า เดล คาซาเล (Villa Romana del Casale) เป็นบ้านของตระกูลครอบครัวโรมันครอบครัวหนึ่งที่มีฐานะดี และมีอำนาจในช่วงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 4 ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ใช้โมเสกโรมันตกแต่งอย่างสวยงามไปทั่วบริเวณ สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี ค.ศ.1997
นำท่านชมเมืองคาตาเนีย (Catania) เมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ที่มีความน่าสนใจทางประวัติศาสตร์ และความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม เดินชมสถานที่สำคัญในบริเวณโดยรอบ เช่น
- จัตุรัส เดล ดูโอโม (Piazza del Duomo) เป็นจัตุรัสกลางเมืองในคาตาเนีย ที่เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง
- มหาวิหารดูโอโมแห่งคาตาเนีย (Duomo di Catania) หรือ มหาวิหารแห่งนักบุญอากาธา (Cathedral of Saint Agatha) ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1078-1093 บนซากปรักหักพังของโรงอาบน้ำโรมันโบราณ
- ศาลากลางแห่งเมืองคาตาเนีย (Palazzo degli Elefanti) ซึ่งด้านหน้าของอาคารจะมีน้ำพุที่เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
- Fontana Dell’Elefante เป็นน้ำพุที่มีรูปปั้นแกะสลักรูปช้างอยู่ด้านบนตัวน้ำพุ โดยออกแบบให้มีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่บนหลังช้าง
- น้ำพุที่มีงานประติมากรรมสวยงาม (Fontana Dell’Amenano)
- โรงละครโรมันโบราณ (Teatro Romano)
ทัวร์มอลตา นำท่านเยือนจุดชมวิวภูเขาไฟเอตน่า (Etna Volcano) ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่มีความสูงมากที่สุดในยุโรป ระดับความสูงอยู่ที่ 3,323 เมตร โดยมีฐานกว้างถึง 150 เมตร บนยอดเขาจะมีหิมะปกคลุมตลอด 9 เดือนของทุกปี ถือเป็นภูเขาไฟที่มีพลังมาก และมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ ถูกจัดให้เป็นภูเขาไฟที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นภูเขาไฟที่คงประโยชน์ทั้งทางด้านภูเขาไฟวิทยา ด้านธรณีฟิสิกส์ รวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยความหลากหลายในคุณประโยชน์เช่นนี้ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก (UNESCO) ในปี ค.ศ.2013
เดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากเกาะซิซิลี (Sicily) ไปยังแผ่นดินใหญ่ขออิตาลีทางตอนใต้ นำท่านเยือนเมืองมาเทรา (Matera) เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองใต้ดิน” หรือ “เมืองมนุษย์ถ้ำ” ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1993 นำท่านชมความงดงามของนครถ้ำโบราณมาเทรา (The Sassi di Matera) ที่เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่กว่า 9,000 ปี
ทัวร์มอลตา เยือนเมืองอัลเบอโรเบลโล (Alberobello) ที่มีชื่อเสียงด้วยบ้านหินปูนที่ปลูกสร้างในสไตล์ Trulli ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราจะนำท่านเดินชมโดยรอบของหมู่บ้านหินปูนแห่งอัลเบอโรเบลโล (Trulli of Alberobello) ที่ตัวบ้านและอาคารทาสีขาวสะอาดตา มีหลังคาโดดเด่นทำจากหินสีเทาเป็นรูปทรงกรวย เมืองนี้จึงได้ถูกประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1996 อิสระให้ท่านได้มีเวลาส่วนตัวเดินเล่น ช้อปปิ้ง หาซื้อของฝาก ของที่ระลึก หรือเดินถ่ายรูปเพลิดเพลินไปกับหมู่บ้านหินปูนโบราณสีขาวแปลกตาที่หาชมได้ยากในที่อื่นๆ ในโลกแห่งนี้
ปิดท้าย ทัวร์มอลตา ที่เมืองบารี (Bari) เมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้า เป็นศูนย์กลางทางการเดินเรือ ในอดีตเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไบแซนไทน์ทางตอนใต้ของอิตาลี นำท่านเดินชมเขตเมืองเก่าบารี (Bari Vecchia) เดินเลาะเลี้ยวผ่านชมบรรดาบ้านเรือนเก่าแก่ที่งดงาม เดินต่อมายังโบสถ์เซ็นต์นิโคลัส (Basilica of Saint Nicolas) หนึ่งในศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองและนักจาริกแสวงบุญชาวคริสต์ และแวะชมปราสาทสเวโว (Castello Svevo) ปัจจุบันอาคารหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ ซึ่งมีการจัดแสดงงานประติมากรรมในรูปแบบ Apulian-Norman และนิทรรศการศิลปะชั่วคราวอื่นๆให้ได้ชมตลอดเวลา
อัตราค่าบริการรวม / ไม่รวม
อัตรานี้รวม
- ค่าโรงแรมที่พักห้องละ 2 ท่าน โรงแรมระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า จำนวน 7 คืน
- ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด สายการบิน Turkish Airlines : BKK-MLA // BRI-BKK
- ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง โดยใช้พาหนะที่เหมาะสมกับจำนวนผู้เดินทางในคณะ
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ
- ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ
- ค่าหัวหน้าทัวร์คนไทยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
- ค่าวีซ่าสำหรับท่องเที่ยว
- ค่ากระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม
- ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง 1 ล้านบาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าขนกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักเกินกว่า 23 กิโลกรัมและมากกว่า 1 ชิ้น
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และเป็นสินน้ำใจในการบริการ
- ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม
- ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าหนังสือเดินทาง ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มสั่งพิเศษในโรงแรม ฯลฯ
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
- ค่าวีซ่าด่วนเพิ่มเติม กรณียื่นเอกสารล่าช้ากว่าที่กำหนด
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในหัวข้อ “อัตราค่าบริการรวม”
ทัวร์มอลตา เกาะซิซิลี อิตาลีใต้ 10 วัน
โกลบอล ฮอลิเดย์ ขอนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและความสวยงามของมรดกโลกในทวีปยุโรป เยือนบารี เมืองทางตอนใต้ของอิตาลี เกาะซิซิลี และประเทศมอลต้า สัมผัสความสวยงามโซนยุโรป และเยี่ยมชมมรดกโลกถึง 10 แห่ง ของอิตาลีใต้ และยังนำท่านสัมผัสภูเขาไฟเอตน่า (Mount Etna) ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป มีความสูงถึง 3,323 เมตร โดยบนยอดเขาจะมีหิมะปรกคลุมยาวนานตลอด 9 เดือนของทุกปี นอกจากนี้ภูเขาไฟแห่งนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
Tour Highlights
- เมืองวัลเลตตา เมืองหลวงของประเทศมอลต้า เมืองมรดกโลกปี ค.ศ.1980
- โบสถ์มอสต้า โดม โบสถ์โรมันคาทอลิคทรงกลมที่สวยที่สุดในมอลต้า
- ถํ้าบลูกรอตโต ถํ้าทะเลสีฟ้าใสสะท้อนแสงได้ในความมืด
- เกาะโกโซ เกาะในตำนาน เกาะแห่งคาลิปโซ
- หุบเขาแห่งวิหารแห่งซิซิลี กลุ่มศาสนสถานวิหารบูชาเทพเจ้ากรีก มรดกโลกปี ค.ศ.1997
- ปาแลร์โม ชมอนุสาวรีย์ ชื่นชมประวัติศาสตร์ โบสถ์ และ จัตุรัสพริทอเรีย (จัตุรัสแห่งความละอาย)
- ภูเขาไฟเอตน่า ชมด้านในของปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่สูงที่สุดในยุโรป
- นครถํ้าโบราณมาเทรา แหล่งอารยธรรมเก่าแก่กว่า 9,000 ปี เมืองที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมมากสุด
- หมู่บ้านหินปูนที่เมืองอัลเบอโรเบลโล สวยงามแปลกตา ตัวบ้านทาสีขาวสะอาดตา มีหลังคาโดดเด่น เป็นเมืองมรดกโลกปี ค.ศ.1996




