ทัวร์อเมริกาใต้ 3 ประเทศ โบลิเวีย-ชิลี-อาร์เจนติน่า 17 วัน
ทัวร์
อเมริกาใต้
ระยะเวลา
17 วัน 13 คืน
สายการบิน
วันเดินทาง
17 มีนาคม - 2 เมษายน 2563
Hilight

       โกลบอล ฮอลิเดย์  ขอเสนอโปรแกรมสุดยอดทัวร์อเมริกาใต้ เยือนลาตินอเมริกา โบลิเวีย-ชิลี-อาร์เจนติน่า  ที่หลายท่านใฝ่ฝันสู่การเดินทางอันแสนไกล สู่อีกฟากฝั่งของโลก เยือน ทะเลสาบเกลืออุยโยนีที่โบลิเวีย  (Uyuni salt lake) เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม หรือ ทะเลสาบแห้ง (salt flat หรือ dry lake) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,600 เมตร นำท่านเดินทางสู่เส้นทางไฮไลท์ ชม ธารน้ำแข็ง (Perito Moreno Glacier) ตั้งอยู่อย่างสง่างามห่างจาก El Calafate ประมาณ 80 กม. เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งเดียวในโลกรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares ซึ่งเป็นพื้นที่ปกคลุมด้วย ชม "Curva de los Suspiros" (Curve of Sighs) ซึ่งท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับมุมมองแรกของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งนี้ เมื่อเราเข้าใกล้ธารน้ำแข็งเราจะเดินลงไปเพื่อไปยังธารน้ำแข็งและชื่นชมจากจุดพาโนรามาที่แตกต่างกันการสร้างที่งดงามที่สุดของธรรมชาติ เราสามารถเข้าชมธารน้ำแข็งนี้ได้อย่างใกล้ชิด 

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ
    • 22.45 น. คณะพร้อมที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูทางเข้าที่ 8 เคาเตอร์ Q สายการบิน Qatar Airways พบเจ้าหน้าที่บริษัท รอให้การต้อนรับท่านและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินและโหลดสัมภาระ
  • Day 2
    กรุงเทพ - โดฮา กาตาร์ – บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา
    • 01.45 เดินทางสู่สนามบินโดฮา ประเทศการต้า โดยเที่ยวบิน QR 837 (BKK-DOH 0145-0525) ใช้เวลาบิน 7.20 ชั่วโมงโดยประมาณ
      05.25 เดินทางถึงสนามบินโดฮา รอต่อเครื่องบิน ประมาณ 2  ชั่วโมง 
      07.20 เดินทางต่อไปยังสนามบินสนามบินบัวโนสไอเรส มินิสโตร ปิสตารินี อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอาร์เจนตินา โดยเที่ยวบิน QR 733 (DOH-EZE 07.20-21.20) ใช้เวลาบิน 21 ชั่วโมงโดยประมาณ
      21.20 เดินทางถึงสนามบินของเมืองหลวง บัวโนสไอเรส (สเปน: Buenos Aires, อ่าน บเว-โน-ไซ-เรส) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินา 
      ค่ำ เข้าพักผ่อนสู่โรงแรมที่พัก Argentina Tower Studio Hotel  (4**) หรือเทียบเท่า
  • Day 3
    บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา - ลาปาซ (La Paz) ประเทศโบลิเวีย
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำชมเมืองหลวง บัวโนสไอเรส (สเปน: Buenos Aires, อ่าน บเว-โน-ไซ-เรส) เป็นเมืองหลวง เมืองใหญ่ที่สุด และเมืองท่าของประเทศอาร์เจนตินา ริมชายฝั่งทางใต้ของรีโอเดลาปลาตา (Río de la Plata) บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้ บางครั้งบัวโนสไอเรสจึงถูกเรียกว่า "ปารีสใต้" หรือ "ปารีสแห่งอเมริกาใต้" เมืองนี้เป็นเมืองสมัยใหม่ที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกา โดยมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม ชีวิตกลางคืน และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
      เริ่มสำรวจเมืองหลวงที่ May Square  หรือ พลาซ่า เดอเมโย (Plaza de Mayo) จัตตุรัสกลางเมืองหลวง ที่เคยเป็นสถานที่สำคัญในการต่อสู้เพื่ออิสระภาพในวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ.1810  ชมวิหารบัวโนสไอเรส The Buenos Aires Metropolitan Cathedral  ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรเนอซองซ์ ส่วนการตกแกต่งเป็นแบบ นีโอบาร็อค  สถานที่ฝังศพของนายพลโฮเซ่ เดอ ซานมาร์ติน ผู้กอบกู้อิสรภาพให้อาร์เจนติน่า ชมทหารรักษาการณ์ที่แต่งกายในเครื่องแบบเกรอนาดิเยร์
      ต่อด้วยย่าน San Telmo และถนน Cobbled ที่เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม มีร้านค้างานศิลปเก่าๆ มากมาย  เดินทางย่าน La Boca ถนนคนเดิน Caminito หรือ Little walkway ถนนแคบๆ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ทาสีสันสดใส ที่เต็มไปด้วยศิลปินที่ทำการค้าขายงานศิลปะของพวกเขา ถนนเส้นนี้จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปิน และนักดนตรีที่มีชื่อเสียงอย่าง Juan de Dios Filiberto ผู้สร้างจังหวะแทงโก้อันโด่งดัง 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารท้องถิ่น
      บ่าย เดินทางจากสนามบิน ที่บัวโนสไอเรส เพื่อเดินทางไปยังสนามบินลาปาซ โดยผ่านแวะที่ซานตาครูซ  โดยเที่ยวบิน OB 709 EZE -VVI 1525-1730 / OB679 VVI–LPB 1840-1945  ใช้เวลาบิน 3.40 ชั่วโมงโดยประมาณ 
       19.45 จากนั้นนำท่านชมเมืองลาปาซ และเมืองนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 เมืองมหัศจรรย์ในโลก ในปี 2014 เมืองลาปาซ ตั้งอยู่ในหุบเขาที่เชิงเทือกเขา แอนดีส (Andes) สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 3,650 เมตร  
      พักผ่อนที่โรงแรม  Ritz Apart Hotel (4**) หรือเทียบเท่า
      It is a hotel with classic English style, spacious apartments, well maintained, with excellent decoration, giving the idea of being at home. It also has a staff very attentive and respectful.
  • Day 4
    ลาปาซ (La Paz) – ทะเลเกลือ อูยูนิ (Uyuni)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินลาปาซ
      ออกเดินทางสู่สนามบิน อูยูนิ (Uyuni) โดยเที่ยวบิน OB302 LPB-UYU (08.40-09.30)
      เดินทางถึงสนามบินอูยูนิ จากนั้นเดินทางไปยังทะเลสาบเกลือ Uyuni เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม หรือ ทะเลสาบแห้ง (salt flat หรือ dry lake) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ประมาณ 11,000 ตารางกิโลเมตร และอยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 3,600 เมตร บนเทือกเขาแอนดีส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
      โบลิเวีย ด้วยความสูงถึงเพียงนี้จึงราวกับว่า Uyuni เป็นดินแดนที่อยู่ท่ามกลางฟากฟ้าและก้อนเมฆ ยามปกติจะเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ที่มีน้ำทะเลขังอยู่เพียงตื้้น ๆ ส่วนในบางฤดูน้ำอาจระเหยออกจนกลายเป็นทะเลเกลือขาวโพลนซึ่งให้ความสวยงาม และด้วยความน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้ 
      Uyuni กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโบลิเวีย ฝัน ชมความสวยงามของทิวทัศน์ที่ประหนึ่งว่ากำลังเดินอยู่ในดินแดนแห่งความสวรรค์บนดินที่ตัดขาดจากความวุ่นวายใด ๆ โดยเที่ยวชม
      หมู่บ้านโคลชานี ชาวพื้นถิ่นบริเวณนั้นที่ยังชีพด้วยการทำนาเกลือ ชาวบ้านนำเกลือไปแลกกับอาหารและของใช้ยังหมู่บ้านใกล้เคียง  
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน Picnic Lunch
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปบนทางหลวงธรรมชาติสู่เกาะกลางทะเลสาบเกลือ ชมโบราณสถานอันเก่าแก่ของชาวอินคา  Isla Incahuasi (isla = Island, huasi = house) อันเกิดจากภูเขาไฟที่จมอยู่ใต้ทะเลในยุคอดีตกาลก่อน เมื่อโผล่ขึ้นมาเหนือทะเลสาบจึงกลายเป็นเกาะที่มีซากปะการังเกาะเป็นฟอสซิล และชมต้นตะบองเพ็ชรยักษ์  (การไปชมเกาะ จะขึ้นอยู่กับระดับน้ำ หากน้ำท่วมสูงรถอาจเข้าไม่ถึง)
      จากนั้นไปเดินทางไปชมป้อมยุคสมัยก่อน PUCARA โบราณสถานอันเก่าแก่ ที่เชิงภูเขาไฟ Tunupa ที่สงบแล้ว จากนั้นเดินทางต่อไปทางจะวันตกเพื่อชมความงามยามพระอาทิตย์ตกดินที่โรงแรมเกลือ
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Palacio de sal Hotel (4**) หรือเทียบเท่า 
      This is an amazing hotel with walls, ceilings, chairs and tables made in salt. The purpose of this special construction is to be in balance with nature and the surrounding landscape also to enjoy a pleasant and unforgettable rest

  • Day 5
    อูยูนิ (Uyuni) –โคชานิ(Colchani) – วิลลามาร์ (Villamar)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางสู่ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย เพื่อเที่ยวชม สุสานรถไฟเก่าแก่ อิสระให้ท่านได้เดินชมจากนั้นเดินทางสู่ หุบเขาหิน (Alota) อีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามแห่งประเทศโบลิเวีย ภูมิประเทศอันเกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติ การกัดเซาะของลมผ่านก้อนหินขนาดต่างๆก่อให้เกิดประติมากรรมหินทางธรรมชาติในรูปแบบต่างๆมากมาย ให้ท่านได้อิสระเก็บภาพความงดงาม
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยัง วิลลามาร์ (Villamar) เมืองทางตอนใต้ของโบลิเวีย เป็นเมืองที่มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่แปลกตา ทุ่งหญ้าสลับกับเนินหินและเนินดิน และมีแม่น้ำสายเล็กไหลผ่านนับเป็นเมืองธรรมชาติที่ราบสูงที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง อิสระให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมและเก็บภาพอันงดงาม
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Jardines de Mallku Cueva Hotel หรือเทียบเท่า 
      Located in one of the most attractive and impressive path of Lípez gaps. Nestled in a rock, 
      which rises the hotel, inspired by the rustic architecture and Andean regional. Our hotel, with all rooms with private bathroom and central heating and / or electrical, is without doubt the best hotel south of Uyuni.

  • Day 6
    ทะเลสาบโคโลราดา (Colorada) – ซานเปโตร เดอ อาตาคามา (San Pedro de Atacama)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบโคโลราดา (Laguna Colorada) หรือที่รู้จักในชื่อ ทะเลสาบแดง (Red Lagoon) เนื่องจากบริเวณทะเลสาบแห่งนี้มีสาหร่ายสีแดงขึ้นเป็นจำนวนมากจึงทำให้มองดูเหมือนน้ำในทะเลสาบเป็นสีแดง นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของฝูงนกฟลามิงโก กว่า 3 สายพันธ์เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงที่สุด มีความสูงระดับ 4,800 เมตร ให้ท่านได้อิสระเที่ยวชมโดยรอบ ท่านจะได้สัมผัสกับเนินทรายสลับเป็นทิวสุดลูกตา นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานทีสวยงามมาก ต่อจากนั้นเดินทางต่อไปยัง ทะเลสาบเวอเด (Laguna Verde) หรือทะเลสาบมรกต (Green Lake) ทะเลสาบสีเทอควอยส์ อีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและมหัศจรรย์มากแห่งหนึ่งของโบลิเวีย
      นำท่านเที่ยว จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Hito Cajon เขตข้ามแดนโบลิเวียไปยัง San Pedro de Atacama.
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านชม Cordillera de la Sal (เทือกเขาเกลือ) ก่อตั้งขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน มันเป็นทะเลสาบเก่าแก่ แห่งทะเลทรายอาตาคามา หินมหัศจรรย์โผล่ขึ้นมาในระนาบแรกเนื่องมาจากชั้นบนสุดและสีของแร่ธาตุ
      ของเกลือที่ผสมกัน ขอแนะนำให้ดูพระอาทิตย์ตกเมื่อทะเลทรายเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงและสีดำ ที่สำคัญคือภูเขาไฟ Licancabur ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะทางหลายร้อยกิโลเมต
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Kimal Hotel (3**) หรือเทียบเท่า
  • Day 7
    ซานเปโตร เดอ อาตาคามา (San Pedro de Atacama)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      เริ่มต้นด้วยการเที่ยวทัวร์ในพื้นที่ราบกว้างใหญ่ที่ "Gran Salar de Atacama" พื้นผิวสีขาวและหยาบกร้าน ซึ่งทะเลสาบน้ำตื้นเป็นที่อยู่อาศัยของฟลามิงโกจำนวนมากที่เลือกน้ำนี้เป็นสถานที่ทำรังซึ่งน่าอัศจรรย์
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ที่เมือง Socaire
      หลังจากชมทิวทัศน์อันงดงามและปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้แล้วคุณจะเดินทางต่อไปยังทะเลสาบ Altiplanic Lagoon ตั้งอยู่ระดับ 4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นความงามที่ยิ่งใหญ่ ในภูมิประเทศของที่นี่ เราสามารถมองเห็นเฉดสีอันหลากหลายที่ยอดเยี่ยมของ Andean นอกจากนี้พืชและสัตว์มีความโดดเด่นเพราะพบได้เฉพาะในพื้นที่คุ้มครองและในระดับความสูงนี้ ซึ่งความสูงช่วยให้อยู่ใกล้กับภูเขาและภูเขาไฟบางแห่งถือว่าเป็นตำนานศักดิ์สิทธิ์และเป็นแรงบันดาลใจที่สวยงามของทะเลทรายอาตากามา
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Kimal Hotel (3**) หรือเทียบเท่า
  • Day 8
    ซานเปโตร เดอ อาตาคามา– กาลามา (CALAMA) - ซานเตียโก (Santiago) ชิลี
    • 04.30 ทัวร์ของคุณจะเริ่มแต่เช้าตรู่เพื่อเยี่ยมชมเขตความร้อนใต้พิภพที่สูงขึ้นคือน้ำพุร้อน Tatio ซึ่งตั้งอยู่ที่ 4,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งไอน้ำ ละอองน้ำที่สูงถึง 50 เมตรมีการผสมผสานกับความงามอันน่าประทับใจมีหลากหลายสีและมี วิคุนย่า (Vicuña) อูฐอเมริกัน เดินด้วยที่ท่าสง่างามและปรับตัวได้ดีให้เข้ากับสภาพอากาศที่รุนแรงและสภาพทางภูมิศาสตร์ 
      เช้านี้ เราจะเพลิดเพลินกับอาหารเช้าแสนอร่อยที่เตรียมไว้ที่กีย์เซอร์ ระหว่างทางกลับเยี่ยมชมหมู่บ้าน Machuca ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณที่มี บ้านอะโดบี หรือบ้านอัดดินเหนียวกับฟางและไม้กระบองเพชร 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      นำท่านเยี่ยมชม โบสถ์ เซนต์ซันติอาโก ผู้อุปถัมภ์ปกป้องเมือง ให้ท่านชื่นชมสถาปัตยกรรมโบราณอันงดงามของโบสถ์นี้ 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      ได้เวลาพอควรเดินทางสู่สนามบินกาลามาเพื่อทำการเช็คอินเดินทางสู่สนามบินซานเตียโกด้วยเที่ยวบิน 
      LA351 CJC-SCL (21.01-23.05)  เดินทางถึงเมือง ซานเตียโก (Santiago)
      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Novapark hotel (3**) หรือเทียบเท่า
  • Day 9
    ซานเตียโก (Santiago) – ปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      เมืองซานติอาโก นครในอ้อมกอดของขุนเขา ปัจจุบันซานติอาโกมีประชากรประมาณ 12 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประเทศชิลี ประเทศชิลี มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐชิลี (República de Chile) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาใต้ มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างเทือกเขาแอนดีสกับมหาสมุทรแปซิฟิก 
      มีอาณาเขตจรดประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก จรดโบลิเวียทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และจรดเปรูทางทิศเหนือ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกของประเทศมีความยาว 6,435 กิโลเมตร  ชิลีมีดินแดนในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยครอบครองหมู่เกาะควนเฟร์นันเดซ เกาะซาลาอีโกเมซ หมู่เกาะเดสเบนตูราดัส และเกาะอีสเตอร์ในโพลินีเซีย ชิลียังอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในแอนตาร์กติกาด้วย 
      08.00 นำทางเดินทางไปยังสนามบินซานติอาโก เพื่อไปบินสู่สนามบิน ปุนตาเรนัส  โดยเที่ยวบิน LA293 SCL-PUQ (10.37-14.00)
      กลางวัน รับประทานอาการกลางวัน BOX lunch
      บ่าย นำท่านเดินทางมาถึงยัง เมืองปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas) เป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลมาจากสเปน
      เมืองตั้งอยู่ข้างช่องแคบมาเจลลัน เดิมก่อตั้งขึ้นเป็นทัณฑนิคม ในปี ค.ศ. 1848 หลังจากนั้นเจริญเติบโตและเป็นเมืองท่าสำคัญ ในช่วงยุคตื่นทองและการทำฟาร์มแกะเจริญรุ่งเรืองราว ค.ศ. 1900 ความสำคัญด้านภูมิรัฐศาสตร์ของเมืองทำให้เมืองยังคงมีความสำคัญด้านการทหารในคาบสมุทรแอนตาร์กติก ในศตวรรษที่ 20 และ 21
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก hotel Diego de Almagro Punta Arenas (4**) หรือเทียบเท่า
  • Day 10
    ปุนตาเรนัส (Punta Arenas) – ช่องแคบมาเจลลัน (Strait Megallen) - ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      เมือง ปุนตาอาเรนัส (Punta Arenas) เมืองซึ่งได้รับอิทธิพลและสถาปัตยกรรมในแบบสเปน ซึ่งมีจัตุรัสพลาซ่า เดออาร์ม (Plaza de arm) ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง อันเป็นอนุสวรีย์Fernando de Magellan ชาวเมืองให้การนับถือเป็นอย่างมาก 
      ต่อจากนั้น นำท่านเที่ยวเกาะแมกดาเลนา ออกเดินทางไปยัง Muelle Prat ซึ่งอยู่ใกล้กับ Plaza de Armas ของเมือง ขี้นเรือเพื่อเดินทางไปยังอนุสาวรีย์ธรรมชาติ "Los Pingüinos" ตั้งอยู่ที่ Isla Magdalena หลังจากหนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไป ล่องเดินเรือผ่านช่องแคบมาเจลลัน (Strait of Megallen) เมื่อมาถึงที่ท่าเรือของอิสลาแมกดาเลนา ขึ้นฝั่งและเยี่ยมชมหมู่เพนกวิน หลังจากนี้เราเริ่มที่จะเริ่มกลับไปที่ท่าเรือ Punta Arenas
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมือง ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine) ประตูสู่อุทยานแห่งชาติมรดกโลก ทอเรส เดอ ไพเน่ (Torres del Paine National Park) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก โดยอุทยานตั้งไปทางเหนือประมาณ 112 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองปุนตาเรนัส ประมาณ 312 กิโลเมตร พื้นที่ครอบลุม ภูเขา น้ำแข็ง ทะเลสาบ แม่น้ำ รวมไปถึงพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชิเลียนปาตาโกเนีย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่ที่พัก Hostería Pehoe Hotel, Torres del Paine
  • Day 11
    ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางไปยัง Puerto Natales เพื่อไปชมถ้ำ Milodon ถ้ำที่มีความยาว 200 เมตรสูง 30 เมตรและกว้าง 80 เมตรตั้งอยู่ 25 กม. จาก Puerto Natales จะพาท่านเข้าไปในถ้ำซึ่งมีชื่อเสียงจากการค้นพบผิวหนังและกระดูกที่ดูสดใหม่สัตว์ตัวใหญ่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่รู้จักกันในชื่อ ไมโลดอน ในถ้ำเดียวกันนั้นพบซากสัตว์สูญพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงม้ารุ่งอรุณ (Eohippus) หมีถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์เสือ Patagonian และเสือดาบฟัน
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      เดินทางต่อแวะที่ Cerro Castillo ที่ร้านกาแฟ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Torres del Paine นำท่านชมความงดงามของ มิราดอร์ ลาส ตอร์เรส (Mirador las Torres) จุดชมเสาหินแกรนิตยักษ์ อยู่ที่ เทือกเขากอร์ ดิยาร่า (Cordillera del Panine) หินแกรนิตที่นี่เวลาสะท้อนแสงแดดสีสวยงามากๆ และยังเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่ท้าทายสำหรับนักปีนเขา นอกจากนี้ยังมีธารน้ำแข็งเกรย์ ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบชื่อเดียวกัน ที่นี่ยังได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1959 อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมความงดงามของอุทยานแห่งนี้ จากนั้นนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hostería Pehoe Hotel, Torres del Paine

  • Day 12
    ทอเรส เดล ไพเน่ (Torres del Paine) - Cerro Castillo - เอลคาลาฟาเต้ (อาร์เจนตินา)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างชิลีและอาร์เจนตินา สู่ เมืองคาลาฟาเต้ (Calafate) ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentino สภาพทั่วไป ถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูง ท่านสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกได้มากมาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคารและสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วงยุคบุกเบิก 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองคาลาฟาเต้ (Calafate) โดยแวะผ่านหมู่บ้านเล็กๆที่ Cerro Castillo เป็นหมู่บ้านที่มีธารน้ำแข็งเล็กๆและทะเลสบายอยู่หลายแห่งให้ท่านได้แวะชมความเป็นธรรมชาติ
      นำท่านเดินทางมาถึงยัง เมืองคาลาฟาเต้ ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าพักที่โรงแรม Alto Calafate Hotel (4**) หรือเทียบเท่า
  • Day 13
    เอล คาลาฟาเต้ ( อาร์เจนตินา )
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางสู่เส้นทางไฮไลท์ ชม ธารน้ำแข็ง (Perito Moreno Glacier) ตั้งอยู่อย่างสง่างามห่างจาก El Calafate ประมาณ 80 กม. เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งเดียวในโลกรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares ซึ่งเป็นพื้นที่ปกคลุมด้วย นำท่านชม "Curva de los Suspiros" (Curve of Sighs) ซึ่งท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับมุมมองแรกของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งนี้ เมื่อเราเข้าใกล้ธารน้ำแข็งเราจะเดินลงไปเพื่อไปยังธารน้ำแข็งและชื่นชมจากจุดพาโนรามาที่แตกต่างกันการสร้างที่งดงามที่สุดของธรรมชาติ เราสามารถเข้าชมธารน้ำแข็งนี้ได้อย่างใกล้ชิด
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านนั่งเรือ ร่วมกับนักท่องเที่ยวเพื่อชม ธารน้ำแข็ง Perito Moreno ซึ่งงดงามน่าประทับใจถึงรูปทรงแปลก ๆ ของธารน้ำแข็งอันเกิดจากการก่อตัวของน้ำแข็งกว่า 250 ตารางกิโลเมตร รวมตัวก่อตัวกันเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกตาและใหญ่โต ซึ่งธารน้ำแข็งยังคงขยายใหญ่อย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งการหลุดหักกร่อนของน้ำแข็งเกิดขึ้น แตกเป็นชิ้นหนาใหญ่ลอยตามธารน้ำแข็ง เรือนี้ออกเดินทางทุกวันจากเปอร์โต
      โมเรโน โดยล่องตามเส้นทางของอุทยานแห่งชาติที่ช่องแคบ Iceberg จากนั้นเรือ จะล่องมาถึงที่กำแพงด้านเหนือของธารน้ำแข็ง เพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่ และหากเมื่อมีการแตกสลายของน้ำแข็งในทันทีทันใดเราจะได้ยินเสียงแตกหักที่ดังตามมาด้วยเสียงที่ดังมาก อีกประสบการณ์เดินทางที่ไม่ลืมเลือน
      ค่ำ รับประทานอาหาค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Alto Calafate Hotel (4**) หรือเทียบเท่า
  • Day 14
    เอลคาลาฟาเต้ – อูชัวยา (Ushuaia)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      นำท่านเดินทางสู่สนามบิน คาลาฟาเต้ เพื่อเดินทางสู่ สนามบินอูชัวยา 
      โดยเที่ยวบิน AR1870 FTE-USH (08.35-09.55)
      เดินทางมาถึง อูชัวยา (Ushaia) ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางใต้สุดในโลก อูชัวยา ตั้งอยู่ในอ่าวกว้างบนชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะ Isla Grande de Tierra del Fuego ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา Martial และอยู่ทางใต้ของ Beagle Ushuaia ซึ่งมีพื้นที่ 9,390 km2 (3,625 ตารางไมล์) และตั้งอยู่บนชายฝั่งของ Beagle Channel ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาธารน้ำแข็ง Martial เป็นศูนย์กลางการปกครองแล้วยังเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมเบาและศูนย์กลางการท่องเที่ยว   
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านล่องเรือเที่ยวชมรอบๆ อูชัวยา (Ushaia) ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับความงามงามของธรรมชาติทางตอนใต้สุดของอาร์เจนตินา เพลิดเพลินไปกับภูมิทัศน์อันงดงามที่ผสมผสานภูเขา ป่าไม้และทะเลได้อย่างลงตัว ภูเขา Olivia และ Cinco Hermanos, Túnel Ranch จนกระทั่งถึง Les Eclaireurs ที่ซึ่งเราจะสังเกตเห็นฝูงนกขนาดเล็ก ระหว่างทางกลับเราจะเข้าหาเกาะ Isla de los Lobos (เกาะสิงโตทะเล) เพื่อชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลและเกาะ Despard สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของนก  
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Albastros Hotel (4**) หรือเทียบเท่า
  • Day 15
    อูชัวยา (Ushuaia) – บัวโนสไอเรส
    • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติ - Ensenada - ทะเลสาบ Acigami - ทะเลสาบ Lapataia เพียง 12 กม. นำท่านชมอุทยานแห่งชาติ Tierra del Fuego หนึ่งเดียวใน Ushuaia ที่มีพืชท้องถิ่นหลากหลายชนิดรวมถึงต้นไม้พุ่มไม้ดอกไม้และสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์พื้นเมืองและสัตว์แนะนำเช่นสุนัขจิ้งจอกแอนเดียนบีเว่อร์กระต่ายและนกกว่า 90 สายพันธุ์ 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      ได้เวลาพอสมควรเดินทางสู่สนามบิน
      17.15 ออกเดินทางไปยังสนามบิน บัวโนสไอเรส โดยเที่ยวบิน  AR 2601 USH-EZE (1440-2040)
      20.40 เดินทางถึงสนามบินที่บัวโนสไอเรส นำท่านต่อเครื่องบินไปยังสนามบินโดฮา ด้วยเที่ยวบิน  QR 774 EZE  - DOH  ระยะเวลาต่อเครื่อง 2.25 ชั่วโมงโดยประมาณ
      23.05 ออกเดินทางสู่โดฮา ประเทศการ์ต้า ระยะเวลาในการบิน 17 ชั่วโมงโดยประมาณ
  • Day 16
    โดฮา
    • 23.40 เดินทางถึงสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ นำท่านรอเปลี่ยนเครื่องบินเดินทางต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ ระยะเวลาต่อเครื่องบิน 2.20 ชั่วโมงโดยประมาณ
  • Day 17
    แฟรงเฟริต์ – กรุงเทพฯ (Bangkok)
    • 02.05 เดินทางต่อไปยัง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยเที่ยวบิน QR 834 (0205-12.40+1) ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมงโดยประมาณ
      12.40 เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ 
      ***********************************************
Top