ทัวร์มาดากัสการ์-รียูเนี่ยน-มอริเชียส
ทัวร์
แอฟริกา
ระยะเวลา
12 วัน
สายการบิน
วันเดินทาง
3-14 พฤศจิกายน 2562
Hilight

สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและสัตว์ป่าที่หาดูยาก 
 บนแผ่นดินหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย 
 ที่นี่ “มาดากัสการ์” มาตามรอยสัตว์ป่าหายากเฉพาะถิ่นชนิดหนึ่ง นั่นคือ “อินดรี อินดรี” (Indri Indri)

“รียูเนียน” มาเดินเที่ยวเมืองหลวง แซ็งต์-เดอนี ที่ครั้งหนึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองที่เฟื่องฟูและสวยงาม

“เกาะมอริเชียส” โดดเด่นด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ธรรมชาติป่าเขาสีเขียวขจี และบรรยากาศสุดโรแมนติก

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    วันแรก กรุงเทพ – รียูเนี่ยน (-/-/D)
    • 06.30 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู --- เคาน์เตอร์ --- สายการบิน AIR AUSTRAL โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน

      09.50 น.   เหินฟ้าสู่เมือง แซ็งค์-เดอนี ประเทศรียูเนี่ยน โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU888 : 09.50-14.25 

      (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 35 นาที เนื่องจากเวลาที่รียูเนี่ยน ช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง)

      14.25 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโรแลน การ์รอส (Roland Garros International AIrport) เมือง แซ็งค์-เดอนี ประเทศรียูเนียน หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและแลกเงินตราเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางนำเที่ยวเมืองหลวงของรียูเนี่ยน แซ็งต์-เดอนี (Saint-Denis) เมื่อในปี ค.ศ. 1665 นักล่าอาณานิคมชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Étienne Régnault ได้เข้ายึดเมืองแซ็งต์-เดอนี  จากนั้นต่อมาแซ็งต์-เดอนี ได้รับการพัฒนาทำให้เป็นเมืองที่เฟื่องฟูและพัฒนาขยายใหญ่โตมาก จากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ชื่อว่า  Bertrand-François Mahé de La Bourdonnais  ต่อมาในปี ค.ศ. 1738 เขาได้ตัดสินใจสร้างท่าเรือและย้ายเมืองหลวงใหม่ของเกาะ  ชื่อว่า Saint-Denis แทนที่เมือง St. Paul นำท่านเดินทางไป Rue de Paris ซึ่งจะเห็นบ้านเรือนต่างๆเป็นแบบสไตล์ Creole มีระเบียงเหล็กและพู่ประดับบ้าน ที่ทำจากไม้สีขาวติดตามอาคารบ้านเรือนต่างๆของบริเวณนี้ นอกจากนั้นนำชมสถานที่สำคัญต่างๆในเมืองหลวง รวมทั้ง มหาวิหารนักบุญแคทเธอรีน (St. Catherine Cathedral) ศาลาว่าการเมือง (City Hall) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และวัดทามิล (Tamil Temple) เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเกาะแห่งนี้ เป็นต้น

      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ             

      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Boucan Canot, Saint-Gilles Les Bains 4* หรือเทียบเท่า REUNION

  • Day 2
    วันที่สอง รียูเนี่ยน – เดอะพิค ออฟ ไมโด้ – ภูเขาไฟมาฟาเต้ – มาดากัสการ์ – อันตานานาริโว (B/L/D)
    • เช้า นำท่านไปเดินทางสู่ฝั่งตะวันตกทางตอนบนของเกาะ จากนั้นนำท่านเดินเท้าขึ้นไปชม เดอะพิค ออฟ ไมโด้ (The Pic of Maido)  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสูงแตกต่างหลายระดับ ตั้งแต่ 0-2,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยพื้นที่ที่กว้างขวางแห่งนี้ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีทั้งทุ่งหญ้าสะวันนา สวนมะม่วง ไร่อ้อย ทุ่งดอกไม้ป่าที่ออกดอกสวยงาม และป่าเขียวชอุ่มบนยอด จึงจัดได้ว่าเป็นสภาพภูมิประเทศที่มีเสน่ห์และน่าหลงใหลมากที่สุดแห่งหนึ่ง 
      จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาไฟ เดอ มาฟาเต้ (Cirque de Mafate) เป็นภูเขาไฟที่สวยงามมากและมียอดที่มีความสูงที่สุดบนเกาะแห่งนี้ จึงทำให้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะนี้ ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับลงมาที่ ลา เปอร์ติ๊ด ฟร๊องซ์ (La Petite France) เราจะพาไปดูวิธีการทำน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้ Geranium จากนั้นเดินทางกลับ เมืองแซ็งค์-เดอนี
      กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย เดินทางไปยังสนามบินโรแลน การ์รอส (Roland Garros International AIrport) ประเทศรียูเนี่ยน เพื่อเช็คอินและเตรียมตัวบินไปยังสนามบินอิฟวาโต ประเทศมาดากัสการ์ ด้วยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU611 : 16.00-16.35 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 35 นาที เนื่องจากเวลาที่มาดากัสการ์ช้ากว่ารียูเนี่ยน 1 ชั่วโมง)
      16.35        เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอิฟวาโต เมืองอันตานานาริโว ประเทศมาดากัสการ์ 
      หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Royal Palissandre Hotel, Antananarivo 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR
  • Day 3
    วันที่สาม อันตนานาริโว – ฟาร์มมาโรเซโว – อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      ออกเดินทางสู่ มาโรเซโว มีระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร 
      ใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมง 
      นำท่านชม ฟาร์มมาโรเซโว (Marozevo Exotic Farm) เป็นสวนสัตว์เอกชนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ท่านจะพบกับสัตว์หายากหลากหลายชนิดที่พบได้เฉพาะที่มาดากัสการ์เท่านั้น ท่านสามารถดูได้ในระยะใกล้ อาทิเช่น กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ตุ๊กแกหางใบไม้ ผีเสื้อ จระเข้ และกบสายพันธุ์มาดากัสการ์ ฯลฯ
      กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย 
      (Andasibe-Mantadia Natural Reserve) เพื่อเช็คอินและผ่อนคลายอิริยาบถอย่างอิสระตามอัธยาศัย 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Vakona Forest Lodge, Andasibe 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR
  • Day 4
    วันที่สี่ อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ – อันตานานาริโว (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย (Andasibe-Mantadia Natural Reserve) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “เพอริเน็ท” (Perinet) ตั้งอยู่ในช่วงระดับความสูง 900-1,250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนที่มีเนื้อที่กว่า 155 ตารางกิโลเมตร ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเกาะ ที่นี่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ และสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นมากมาย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของมาดากัสการ์ 
      นำท่านเดินเท้าชมธรรมชาติแบบระยะสั้น (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เพื่อตามรอยสัตว์ป่าหายากเฉพาะถิ่นชนิดหนึ่ง นั่นคือ “อินดรี อินดรี” (Indri Indri) หรือชาวมาลากาซี เรียกกันในชื่อ “บาบาโคโต้” (Babakoto) จัดเป็นลีเมอร์สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีเสียงร้องที่ดังที่สุดซึ่งอาจได้ยินไปไกลถึง 3 กิโลเมตร โดยพวกมันมีพฤติกรรมการอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ สมาชิกในฝูงมีความสัมพันธ์กันแบบครอบครัวโดยจับคู่แบบคู่ครองเดียวตลอดชีวิต และสมาชิกในฝูงจะประกอบด้วยหลายวัย แต่มีตัวเมียเป็นจ่าฝูง อินดรีมีลำตัวขนาดใหญ่เทียบพอกับเด็กโต มีขนสีขาวสลับดำ ลักษณะส่วนหางสั้น มีใบหูกลมคล้ายแพนด้า กินอาหารจำพวกใบไม้และหน่ออ่อนของต้นไม้เป็นหลัก ออกหากินในเวลากลางวัน มีขาที่แข็งแรงใช้ในการปีนป่ายต้นไม้ มันจะส่งเสียงร้องทุกๆเช้าเพื่อสื่อสารกันและประกาศอาณาเขตโดยเริ่มจากจ่าฝูงก่อน เมื่ออินดรีกระโดดครั้งเดียวอาจไกลถึง 30 ฟุตในการสัญจรไปมาระหว่างต้นไม้ เนื่องจากมีขาหลังที่ยาวและทรงพลัง พวกมันกระจายพันธุ์อยู่เฉพาะบนเกาะมาดากัสการ์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นเสมือนสวรรค์ของผู้หลงใหลในธรรมชาติที่สวยแปลกและแตกต่าง
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย เดินทางกลับสู่เมืองอันตานานาริโว มีระยะทางราว 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3-4 ชั่วโมง 
      เมืองอันตานานาริโว (Antananarivo) หรือ ทานา (Tana) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาดากัสการ์ ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ตัวเมืองตั้งอยู่ในบริเวณยอดสันเขาสูงซึ่งทำเลดีเหมาะแก่การป้องกันการรุกรานจากอริศัตรู ชื่อ ”อันตานานาริโว” มีความหมายว่า “เมืองแห่งหนึ่งพัน” หมายถึงนายทหารจำนวนหนึ่งพันนายที่ดูแลปกป้องเมืองหลวงแห่งนี้ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์อันเดรียนจาก้า แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1895 มาดากัสการ์ถูกล่าเป็นอาณานิคมเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสจึงได้เข้ามาครอบครองและขยายเมืองสร้างถนนเพิ่มเติมมากขึ้น มาดากัสการ์ได้รับเอกราชเป็นอิสระจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1960 
      อิสระเชิญท่านพักผ่อนคลายอิริยาบถในโรงแรมหรือตื่นตาตื่นใจกับการเดินเล่นในย่านใจกลางเมือง มีบรรยากาศคึกคัก สองข้างทางเป็นทั้งอาคารบ้านเก่าเรือนไม้ อาคารออฟฟิศสมัยใหม่ และตึกอาคารทรงเฟรนส์ โคโลเนียล (French Colonial) ที่ดูมีสีสันดัดแปลงเป็นร้านรวงช้อปปิ้ง ทั้งสินค้าแฟชั่น ของที่ระลึก ร้านอาหาร และคาเฟ่
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Royal Palissandre Hotel, Antananarivo 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR 
  • Day 5
    วันที่ห้า อันตานานาริโว – โมรอนดาวา – ต้นเบาบับคู่รัก– อเวนิวแห่งต้นเบาบับ – โมรอนดาวา (B/L/D)

    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      เดินทางสู่สนามบินอิฟวาโต แล้วทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ 
      เพื่อเดินทางสู่เมืองโมรอนดาวา
      12.20 น.     เหินฟ้าสู่ เมืองโมรอนดาวา(Morondava) โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ702 : 12.20-13.20
      (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง)
      13.20 น. เดินทางถึงสนามบินโมรอนดาวา หลังจากรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย จากนั้นเดินทางไปชม ต้นเบาบับคู่รัก (Baobab Amoureux) เป็นต้นเบาบับพันธุ์ Adansonia Za สองต้นที่กอดรัดพันกันอย่างเหนียวแน่นเสมือนคู่รัก โดยมีตำนานเล่าขานกันเกี่ยวกับต้นเบาบับคู่รักนี้เช่นกัน ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร โปรดรอฟังจากไกด์ท้องถิ่น 
      นำท่านเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งเป็นไฮไลท์ของเส้นทางนี้ คือ
      อเวนิวแห่งต้นเบาบับ (Avenue of Baobabs) ดินแดนแห่งต้นไม้ยักษ์นี้ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของมาดากัสการ์ ซึ่งพันธุ์ไม้ตระกูลเบาบับ (Baobab, Adansonia) มีทั้งหมด 9 ชนิดในโลก แต่มีอยู่ถึง 6 ชนิดที่มีต้นกำเนิดเฉพาะในมาดากัสการ์เท่านั้น บนถนนสายต้นเบาบับยาวกว่า 260 เมตร มีต้นเบาบับพันธุ์ Adansonia Grandidieri ยืนต้นสูงราว 30 เมตร อยู่ประมาณ 20-25 ต้นเป็นแนวแถวดูสวยงามแปลกตาโดดเด่นในพื้นที่โล่ง ต้นเบาบับยักษ์มีอายุมากกว่า 800 ปี 
      ชาวมาลากาซี เรียกว่า “Renala” แปลได้ความหมายว่า “แม่ของป่า” อันเป็นมรดกทางธรรมชาติแห่ง
      ป่าร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ในมาดากัสการ์ ในความเป็นจริงแล้ว ต้นเบาบับเจริญเติบโตได้ดียืนต้นในสภาพป่าทึบ เมื่อกาลเวลาล่วงเลยจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น จึงตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างพื้นที่การเกษตรแทน แต่คงรักษาต้นเบาบับยักษ์เหล่านี้ไว้   ไม่ตัดโค่น แต่ก็ใช้ประโยชน์จากมันโดยชาวบ้านจะลอกเพียงเปลือกเอามาทำหลังคากระท่อมและกินลูกผลของมันเท่านั้น 
      ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับที่พักในโมรอนดาวา
      ค่ำ รับประทานอาหารเย็น 
      เข้าสู่โรงแรมที่ Hotel Palissandre Cote Ouest, Morondava 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR

  • Day 6
    วันที่หก โมรอนดาวา –หมู่บ้านประมงบีทาเนีย – อันตานานาริโว (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      นำท่านสัมผัสประสบการณ์ลงเรือประมงท้องถิ่นพิรอร์จ (Pirogue) เพื่อชมธรรมชาติของชายป่าโกงกางและแวะเที่ยวชม หมู่บ้านประมงบีทาเนีย (Fishermen Village of Betania) เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงของมาดากัสการ์อย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินโมรอนดาวา แล้วทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อ
      เดินทางสู่อันตนานาริโว
      13.55 น.  เหินฟ้าสู่ อันตานานาริโว โดยสายการบิน Tsaradia เที่ยวบินที่ TZ703 : 13.55-14.55
      (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง)
      14.55 น. เดินทางถึงสนามบินอิฟวาโต เมืองอันตานานาริโว  
      หลังจากรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้วนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อผ่อนคลายอริยาบถตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Royal Palissandre Hotel, Antananarivo 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR 
  • Day 7
    วันที่เจ็ด อันตานานาริโว (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      นำท่านชม สวนลีเมอร์ (Lemurs Park) อยู่ห่างจากเมืองอันตานานาริโวไปทางทิศใต้ราว 22 กิโลเมตร ป็นสวนสัตว์ศูนย์รวมลีเมอร์หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะสัตว์จำพวก ลีเมอร์ ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมาดากัสการ์ ที่นี่มี ลีเมอร์ซิฟากา ซึ่งเป็นลีเมอร์ขนาดใหญ่ มีขนตามลำตัวสีขาว และมีใบหน้ารวมถึงใบหูสีดำ เป็นลีเมอร์ที่ออกหากินในเวลากลางวัน นอกจากนี้ยังมี เต่ารัศมีดารา ซึ่งเคยมีอยู่ชุกชุมในเขตป่าหนามทางตอนใต้ แต่ปัจจุบันถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ และยังมีสัตว์ประหลาดอีกจำพวก ที่จะพบได้แทบทุกหนแห่งในดินแดนมหัศจรรย์นี้ คือ กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ในความเป็นจริงแล้วคาเมเลี่ยนไม่ได้มีอยู่เฉพาะที่มาดากัสการ์เท่านั้น ท่านสามารถพบมันได้ในทวีปแอฟริกา ยุโรปตอนใต้ ตะวันออกกลาง อินเดียและศรีลังกา รวมเกือบ 80 ชนิดแต่ประมาณครึ่งหนึ่งพบอยู่บนเกาะมาดากัสการ์ ลักษณะเด่นของมันที่ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ เห็นจะเป็นดวงตาที่กลิ้งกลอกไปมาได้อย่างอิสระในแต่ละข้าง ลิ้นของมันพุ่งออกไปจับแมลงได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ อีกทั้งมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มันสามารถเปลี่ยนสีสันบนร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และสีกายจะปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์และสิ่งเร้ารอบตัว อย่างเช่น สีฉูดฉาดสวยงามยามจะเกี้ยวพาราสี เป็นต้น   
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านไปช๊อปปิ้งแวะซื้อของที่ตลาด ลาดีต (La Digue Market) นำท่านเลือกซื้อของฝาก ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหัตถกรรมของมาดากัสการ์ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก ที่มีตั้งแต่ตะกร้าพื้นเมืองสีสันแสบตา ผลิตภัณฑ์จากผ้าปักต่างๆ รวมถึงฟอสซิลหอยต่างๆ 
      อิสระเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ 
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Royal Palissandre Hotel, Antananarivo 4* หรือเทียบเท่า MADAGASCAR
  • Day 8
    วันที่แปด อันตานานาริโว – มอริเชียส (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      จากนั้นนำท่านเดินทางชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองอันตานานาริโว อันได้แก่
      ทะเลสาบอโนซี (Anosy Lake) ทะเลสาบรูปหัวใจ ใจกลางเมืองอันตานานาริโว
      สนามกีฬามาฮามาสินา (Mahamasina Stadium) 
      สนามกีฬาแห่งชาติของมาดากัสการ์
      จัตุรัสแห่งเสรีภาพ (Independence Square) 
      พระราชวังอันดาเฟียวาราตรา (Andafiavaratra Palace) 
      กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านเดินทางไปชมป้อมปราการโบราณ อัมโบฮีมันก้า 
      (Ambohimanga) 
      ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอันตานานาริโวไปราว 22 กิโลเมตร  อัมโบฮีมันก้า คือ แหล่งกำเนิดของชาวมาลากาซี ราชวงศ์เมริน่า (Merina Dynasty) เป็นเสมือนนครเมกกะของอาณาจักรเมริน่า ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่น่าสนใจ เมืองโบราณเก่าแห่งนี้ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวมาลากาซี อันเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการเข้าไปเยือน ภายในกำแพงเก่ามีปราสาทพระราชวังฤดูร้อนของพระราชินี สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ และมีประตูหินขนาดมหึมาที่ต้องใช้แรงงานผู้ชายกว่า 40 คนในการเปิด-ปิดประตูในแต่ละวัน 
      จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินอิฟวาโต นำท่านไปเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเดินทางสู่ประเทศมอริเชียส โดยสายการบิน Air Mauritius เที่ยวบินที่ MK289 : 16.50-19.35
      (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 45 นาที เวลาที่มอริเชียสเร็วกว่าที่มาดากัสการ์ 1 ชั่วโมง)
      19.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเซอร์ซีวู ซานกัว ประเทศมอริเชียส 
      หลังจากนั้นนำท่านรับประทานอาหารค่ำ
      นำท่านเข้าสู่โรงแรม Hotel Riu Morne, Le Morne 4* หรือเทียบเท่า MAURITIUS
  • Day 9
    วันที่เก้า มอริเชียส – เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์อิลิลูซิคเครทส์ – อ่าวบลู เบย์ (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      นำท่านเดินทางสู่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์เกาะอิลิลูซิคเครทส์ (Ile Aux Aigrettes) ซึ่งเป็นเกาะที่ใช้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์พื้นเมืองนานาชนิดในมอริเชียส โดยมีองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งมอริเชียส (The Mauritian Wildlife Foundation) เป็นผู้ดูแล และก่อตั้งขึ้นในปี 1984 เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ไม่ว่าจะเป็นนกนานาชนิด, เต่ายักษ์, กิ้งก่านาชนิด นาท่านชมสัตว์นานาชนิดที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติภายในเกาะแห่งนี้ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสัตว์ป่านานาชนิดตามอัธยาศัย  
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อ่าวบลู เบย์ (Blue Bay Marine Park) เพื่อนำท่านลงเรือท้องกระจก 
      (Glass Bottom Boat) ให้ท่านได้สัมผัสโลกใต้ทะเลแห่งมอริเชียส ที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์และสวยงามอีก
      แห่งหนึ่งของโลก ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      นำท่านเข้าสู่โรงแรม Hotel Riu Morne, Le Morne 4* หรือเทียบเท่า MAURITIUS
  • Day 10
    วันที่สิบ มอริเชียส – น้ำตกชามาเรล – เนินทรายเจ็ดสี - ตลาดกลาง - คอว์แดน วอเตอร์ฟร้อนท์ (B/L/D)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปสู่ น้ำตกชามาเรล (Chamarel Falls) ผ่านเส้นทางอ่าวทามารีน (Tamarin Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของมอริเชียส   น้ำตกนี้ถือว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของมอริเชียส ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยือนน้ำตกเป็นจำนวนมาก 

      ได้เวลาท่านเดินทางสู่ เนินทรายเจ็ดสี (Seven Colored Earth) ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวาซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ลักษณะเนินทรายซึ่งมีหลากสี จนได้รับการขนานนามว่า “เนินทรายเจ็ดสี” อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามและความอัศจรรย์ตามธรรมชาติ
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      บ่าย นำท่านไปเที่ยวชม เมืองพอร์ตหลุยส์(Port Louis) เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือรู้จักกันในนาม “เกาะมอริเชียส” โดดเด่นด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ธรรมชาติป่าเขาสีเขียวขจี และบรรยากาศสุดโรแมนติก นำท่านชม ป้อมปราการอะดิเลด (Citadel of Adelaide) เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1834-1840 ป้อมปราการแห่งนี้มีความสูงเหนือตัวเมืองพอร์ตหลุยส์ จึงทำให้เป็นจุดที่สามารถถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง 
      จากนั้นนำท่านไปสู่ตลาดกลาง(Central Market) ซึ่งเป็นตลาดที่เรียกได้ว่ามีสีสันสุดๆของเมืองพอร์ตหลุยส์ เป็นตลาดท้องถื่นที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า และของที่ระลึกมากมาย จากนั้นนำท่านไปสู่ คอว์แดน วอเตอร์ฟร้อนท์ (Cauden waterfront) ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าร่วมสมัยแห่งเกาะมอริเชียส อิสระให้ท่านได้ช๊อปปิ้ง ซื้อของฝากตามอัธยาศัย
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
      นำท่านเข้าสู่โรงแรม Hotel Riu Morne, Le Morne 4* หรือเทียบเท่า MAURITIUS
  • Day 11
    วันที่สิบเอ็ด มอริเชียส – รียูเนียน – กรุงเทพ (Bangkok) (B/-/-)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 
      ช่วงเช้าให้ท่านได้อิสระ ตามอัธยาศัย จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางกลับประเทศไทย
      จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติ เซอร์ซีวู ซานกัว ประเทศมอริเชียส นำท่านเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย 
      12.00    เหินฟ้าสู่สนามบินนานาชาติโรแลนด์ การ์รอส (Roland Garros) ประเทศรียูเนี่ยน 
      เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU105 : 12.00-12.45 (ใช้เวลาบิน 45 นาที)
      12.45 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโรแลนด์ การ์รอส (Roland Garros) ประเทศรียูเนี่ยน 
      รอเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางกลับไปสู่ประเทศไทย 
      18.00 เหินฟ้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU887 : 18.00-04.55
      (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 55 นาที เวลาที่ประเทศไทยเร็วกว่าที่รียูเนี่ยน 3 ชั่วโมง)
  • Day 12
    วันที่สิบสอง กรุงเทพ (Bangkok)
    • 04.55 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
Top