ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์
ทัวร์
เอเชีย
ระยะเวลา
10 วัน 8 คืน
สายการบิน
วันเดินทาง
13-22 กันยายน 2562/ 11-20 ตุลาคม 2562
Hilight

โกลบอล ฮอลิเดย์ จำกัด พาคุณไปทัวร์ปากีสถาน เส้นทางหลวงลอยฟ้าที่อยู่สูงสุดในโลกชื่อ คาราโครัมไฮเวย์ (Karakorum Highway หรือ KKH) ในดินแดนปากีสถาน ร่วมค้นหาประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าโบราณในนาม “เส้นทางสายไหม” สู่พรมแดนปากีสถาน-จีน ธรรมชาติที่ไม่อาจขวางกันความพยายามของมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นที่จารึกประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ รวมถึงเรื่องราวของกำเนิดแบบอักขระของศาสนาพุทธ ศิลปะแบบคันธาระที่ผสมผสานความงดงามระหว่างตะวันตกและตะวันออก ตลอดจน นครตักศิลา เมืองโบราณแห่งศาสนาพุทธ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่รักความท้าทาย เชิญเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเส้นทางหลวงรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก และนำท่านสัมผัสความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสรรสร้าง เทือกเขายอดหิมะสูงตระหง่านสลับซับซ้อน ธารน้ำแข็งขนาดมหึมาทั้งสีขาวและสีดำ แม่น้ำใสหลายสายจากเทือกเขายอดปกคลุมด้วยหิมะ  เสน่ห์ความงามแบบล้ำลึกลับที่รอคอยผู้มาเยือนมาสัมผัสด้วยตนเอง ชมวิวทิวทัศน์ตลอดเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ขนาบไปด้วย 3 เทือกเขาที่ยิ่งใหญ่ คือ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาฮินดูกูจ และเทือกเขาคาราโครัม จึงทำให้การเดินทางบนถนนสายนี้งดงามยิ่งนัก...ครั้งนี้เรานำท่านออกไปค้นหาความลับของชาวเมืองฮุนซ่าเมืองที่ได้ชื่อว่าผู้คนมีอายุยืนยาวที่สุดในโลกด้วยกัน

แผนการท่องเที่ยว
  • Day 1
    กรุงเทพ (Bangkok) - อิสลามาบัด (Islamabad)
    • 16.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์สายการบินไทย THAI AIRWAYS (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับท่าน 
      19.00 น. เหินฟ้าสู่ เมืองอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 349 
      (ใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมง 10 นาที) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
      22.10 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินานาชาติเบนาซีร์ บุตโต อิสลามาบัด ตั้งอยู่ในเมืองราวัลปินดี ห่างจากเมืองอิสลามาบัดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักในเมืองราวัลปินดี โดยมีระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตรจากสนามบิน ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาที
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Pearl Continental Hotel, 5* Rawalpindi  หรือเทียบเท่า
  • Day 2
    อิสลามาบัด - ตักศิลา - แอ๊บบอตตาบัด
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      ทักทายปากีสถานยามเช้า เดินทางไปเยือนนครโบราณ เมืองแห่งพุทธศรัทธา “ตักศิลา” (Taxila) เมืองตักศิลาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรคันธาระ(Gandhara) ในอดีตเคยเป็นศูนย์การเรียนรู้ของศาสนาพุทธ หรือ นับเป็นมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งแรกของโลก นำท่านชม ซากอารามจูเหลี่ยน (Julian Monastery) อันแสดงให้เห็นร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในอดีต  ชม ซากเจดีย์ธรรมราชิกา (The Dharmarajika Buddhist Stupa) ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ในพุทธศตวรรษที่ 3 จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) ที่รวบรวมเกี่ยวกับโบราณวัตถุของเมืองตักศิลา สมัย 600 ปีก่อนคริสตกาลถึงค.ศ. 500 หรือประมาณ 2,500 กว่าปีมาแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปวัตถุที่มีค่าที่ขุดพบในซากโบราณสถานต่างๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งรวบรวมโดยท่านเซอร์จอห์น มาร์แชล (Sir John Marshall) ในช่วงปีค.ศ.1913-1934  อาทิเช่น  เครื่องประดับเงิน เครื่องใช้ครัวเรือนทองเหลือง เครื่องปั้นดินเผา เหรียญกษาปณ์ พระพุทธรูปแบบคันธาระ ที่หาดูได้ยาก เป็นต้น 

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารในโรงแรมท้องถิ่น 
      บ่าย ออกเดินทางสู่ เมืองแอ๊บบอตตาบัด 
      (ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง) 
      เพื่อมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือบนถนนหลวง KKH หรือ Karakoram Highway 
      คือ เส้นทางรถที่เชื่อมสัมพันธมิตรระหว่างประเทศจีนกับปากีสถาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมในอดีตที่เชื่อมการค้าจากจีนสู่อินเดียโบราณ คาราโครัมไฮเวย์ ถูกขนานนามว่าเป็นเส้นทางหลวงลอยฟ้า เนื่องจากเป็นถนนไฮเวย์ที่อยู่สูงที่สุดในโลก ความสูงอยู่ในช่วงตั้งแต่ 900-4,000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทางเริ่มต้นจาก โอเอซิสที่เมืองคัชการ์ (Kashgar) ประเทศจีน สู่เมืองราวัลพินดี (Rawal Pindi) ประเทศปากีสถาน รวมระยะทาง 1,300 กิโลเมตร หรือ 800 ไมล์ ตลอดเส้นทางท่านจะเพลิดเพลินกับภาพวาดสีสันสดใสของรถบรรทุกและรถประจำทางในรูปแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของปากีสถาน ซึ่งไม่เหมือนและไม่ซ้ำกับประเทศใดๆ ในแถบหิมาลัย แตกต่างทั้งเรื่องการตกแต่งด้วยสิ่งประดับและเรื่องการวาดภาพสีสดใสในแต่ละคัน ช่างศิลป์หรือจิตรกรปากีสถานที่มีฝีมือไม่ตกงานแน่ๆ เพราะรถเหล่านั้นใช้บริการกันถ้วนหน้า และบนเส้นทางในบางครั้งอาจเห็นภาพชีวิตที่หาดูยากในโลกปัจจุบัน ภาพกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อน ที่กำลังย้ายถิ่นฐาน เดินเป็นคาราวานพร้อมสัตว์เลี้ยง พวกม้า ลา แกะ แพะ อยู่บนท้องถนนตามไหล่เขาระหว่างทางที่ผ่าน 
                           
      แอ๊บบอตตาบัด (Abbottabad) เมืองที่อยู่ในภูมิภาคฮาซาร่าของแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการทหารตั้งแต่ยุคอาณานิคมของอังกฤษในช่วงค.ศ.1850 และเป็นเมืองพักตากอากาศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของปากีสถาน เนื่องจากมีสภาพอากาศดีเย็นสบาย ตั้งอยู่ในระดับความสูง 1,220 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หากมองไปทางทิศตะวันออกของเมืองนี้จนถึงแคว้นจามมูและแคชเมียร์ของอินเดีย เมืองศรีนาคาร์จะตั้งอยู่ในแนวละติจูดเดียวกัน เมืองนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นทันทีแก่ผู้คนทั่วโลก เพราะสหรัฐอเมริกากล่าวอ้างว่า อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ได้ถูกยิงเสียชีวิตในที่พัก ณ แอ๊บบอตตาบัด ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel One, 4* Abbottabad  หรือเทียบเท่า
      - ราวัลพินดี - ตักศิลา ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง
      - ตักศิลา - แอ๊บบอตตาบัด  ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง
  • Day 3
    แอ๊บบอตตาบัด - เบชฮาม - ชีลาส - กิลกิต
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      รับอรุณวันใหม่ ออกเดินทางจาก เมืองแอ๊บบอตตาบัด สู่ เมืองกิลกิต ผ่านเมืองเบชฮาม และ เมืองชีลาส (ระยะทางรวมราว 455 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 14 ชั่วโมง) การเดินทางในวันนี้จะค่อนข้างสมบุกสมบันเพราะต้องเดินทางไกลและนั่งรถค่อนข้างนาน โดยการเดินทางจะเป็นการชื่มชมธรรมชาติสองข้างทางสลับกับการสนทนาพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางที่โชกโชนขณะนั่งรถแล่นผ่านเมืองเล็กๆเมืองต่างๆตลอดเส้นทางบนถนนคาราโครัมไฮเวย์ 
      การเดินทางในวันนี้จะต้องผ่านด่านการตรวจเช็คหลายครั้ง และต้องรอเจ้าหน้าที่นำทาง อาจให้การเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด อาหารกลางวันและอาหารเย็นในวันนี้อาจเตรียมเป็น Lunch Box หรือ แวะทานระหว่างทาง 
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารในโรงแรมท้องถิ่น 

      จากเมืองชีลาส สู่ เมืองกิลกิต ท่านจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศ
      ของวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม บนเส้นทางไหล่เขาที่ตัดเลาะเลียบ
      แม่น้ำสินธุ (Indus River) โดยตลอด ภาพที่เห็นเป็นวิวทิวเขาสลับซ้อน 
      ผ่านหมู่บ้าน เมืองเล็กใหญ่ และรถบรรทุกที่วิ่งขนส่งสินค้าบนเส้นทางไฮเวย์ที่มีการตกแต่งอย่างวิจิตรเหมือนห้องศิลปะเคลื่อนที่บนท้องถนนอย่างมีสีสันตลอดเส้นทาง 
                     
      ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารในโรงแรมท้องถิ่น
      กลางคืน        เดินทางถึงเมืองกิลกิต  
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Serena Hotel, 4* Gilgit หรือเทียบเท่า
      - แอ๊บบอตตาบัด - เบชฮาม ระยะทาง 125 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 30 นาที  
      - เบชฮาม - ชีลาส  ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง
      - ชีลาส - กิลกิต  ระยะทาง 130 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 30 นาที
      - แอ๊บบอตตาบัด - ชีลาส ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง 
      (หากเส้นทางผ่านนารานเปิด ดูตามสถานการณ์จริงอีกครั้ง)
  • Day 4
    กิลกิต(Gilgit) - คาริมาบัด(Karimabad) - ฮุนซ่า
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      ก่อนออกเดินทาง เก็บภาพที่ระลึกบริเวณสวนด้านหลังโรงแรมกับวิวยอดเขาราคาโปชิ
      นำท่านชม เมืองกิลกิต เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขา 
      ซึ่งภูเขาที่นี่มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธิ์ที่ถูกตกสำรวจจากชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน และใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก 
      นำท่านชม พระพุทธรูปยืนแกะสลักบนหน้าผา (Kargah Buddha) เป็นศิลปะแบบทิเบตในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-8 องค์พระพุทธรูปแกะสลักในกรอบล้อมรอบบนหน้าผาสูง เบื้องหน้าเป็นลำธาร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก จากจุดจอดรถต้องเดินและปีนเขาประมาณ 15-20 นาที เพื่อขึ้นไปชมองค์พระพุทธรูปในระยะใกล้ชิด  
      นำท่านนั่งรถชมเมือง ผ่านย่านร้านค้า ตลาด ไปรษณีย์ สุเหร่า รวมทั้งสนามแข่งโปโล ที่เป็นกีฬาที่นิยมมากในทางเหนือของปากีสถาน ต่อด้วยการเดินชม ตลาดเมืองกิลกิต ซึ่งตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้าขนส่งบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ท่านจะพบกับสินค้าพื้นเมืองต่างๆ อาทิ หมวก ผ้าพันคอ แบบที่ชาวปากีสถานชอบใส่กัน  อิสระให้ท่านมีเวลาสำรวจเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น ที่จุดชมวิวราคาโปชิ
      ออกเดินทางต่อไปบนเส้นทาง KKH หรือ Karakoram Highway 
      ขึ้นไปทางเหนือไปยัง เมืองคาริมาบัด เมืองหลวงของอาณาจักรฮุนซ่า (Hunza) 
      ที่ได้รับการบันทึกว่า ผู้คนที่นี่อายุยืนยาวที่สุดในโลก ก่อนถึงเมืองฮุนซ่า 
      นำท่านแวะ จุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) เพื่อชมบรรยากาศโดยรอบของภูเขาราคาโปชิตั้งอยู่ในเทือกเขาคาราโครัม และชมความงดงามของยอดเขาราคาโปชิอย่างใกล้ชิดจนรู้สึกเหมือนจะสัมผัสได้ ยอดเขาแห่งนี้ถูกจัดอันดับความสูงอยู่ในอันดับ 27 ของโลก ซึ่งสูงถึง 7,790 เมตร  คำว่า “ราคาโปชิ” มีความหมายว่า หิมะปกคลุม ในภาษาท้องถิ่นหรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Damani  
      ครั้นเดินทางถึง หุบเขาฮุนซ่า (Hunza Valley) ที่ตั้งอยู่ ณ ระดับความสูง 2,438 เมตร จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือ ทิวทัศน์สวยงามของนาขั้นบันได ซึ่งโอบล้อมด้วยหุบเขาสูงยอดแหลมปกคลุมไปด้วยหิมะ ด้านล่างเป็นแม่น้ำใสไหลเย็น กลุ่มบ้านเรือนปลูกลดหลั่นตามไหล่สันเขา ดอกไม้ป่าขึ้นกระจายแซมทั่วบริเวณในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จนกระทั่งยามฤดูใบไม้ร่วงก็เปลี่ยนผลัดใบสีสันงดงามตา สภาพแวดล้อมที่งดงามเช่นนี้เองที่ทำให้เมืองฮุนซ่าได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมีโอโซนในปริมาณสูงที่เป็นผลมาจากความมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาหิมาลัย ทำให้อากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก อีกทั้งโอโซนยังมีผลต่อพืชและผักที่ปลูกในบริเวณนี้ ช่วยยับยั้งและทำลายการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับเชื้อแบคทีเรีย จึงมีเชื้อโรคต่ำและวิถีแห่งธรรมชาติดั้งเดิมของชาวฮุนซ่าทำให้ประชากรมีสุขภาพดี  
      จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ป้อมปราการบอลติต (Baltit Fort) ที่มีความเก่าแก่ถึง 750 ปี เริ่มสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ต่อมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถูกปรับปรุงใหม่อีกครั้งโดยเจ้าหญิงแห่งเมืองบัลติสถาน (Baltistan) ภายหลังการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเมืองทุม (Thum) ป้อมปราการบอลติตแห่งนี้ เป็นอดีตพระราชวังหลวงที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมผสานแบบท้องถิ่นผสมแคชเมียร์และทิเบต ในเวลาต่อมาพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกต่อเติมขยายส่วนต่างๆ มากมาย เช่น ระเบียง หน้าต่าง กำแพงชั้นนอก จนกระทั่งมีรูปแบบดั่งเช่นปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พระราชวังและป้อมปราการโบราณบอลติตได้ถูกทิ้งร้างในช่วงหนึ่งที่มีการย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองคาริมาบัด (Karimabad) 
      จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกที่ตั้งตลอดแนวบนถนนสายหลักของเมืองตามอัธยาศัย 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hunza Serena Inn, 4 * Hunza  หรือเทียบเท่า
       - กิลกิต - ฮุนซ่า  ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 15 นาที
  • Day 5
    ฮุนซ่า - ฮอปเปอร์วัลเล่ย์ - ทะเลสาบอัตตาบัต - ฮุนซ่า
    • เช้าตรู่  ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ปลุกท่านตื่นเพื่อไปรอชมความงามของแสงแรกสีทองสาด    
       ส่องเหนือเทือกเขาคาราโครัม  บรรยากาศยามเช้าของหุบเขากลางเทือกเขา 
       หิมาลัยที่มีฉากยอดเขาที่มีรูปร่างโดดเด่นแปลกตาที่ชื่อ เลดี้ ฟิงเกอร์ (Lady  
       Finger) รูปทรงของยอดเขาไม่ต่างไปจากนิ้วมือของหญิงสาวที่เพรียวงามได้ 
       สัดส่วน 
      เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

      นำท่านเปลี่ยนรถเป็นรถจี๊ป มุ่งหน้าสู่  ฮอปเปอร์วัลเล่ย์ (Hopper Valley) 
      (ระยะทาง 19 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 50 นาที) ระหว่างทางนอกจาก
      วิวทิวทัศน์และธรรมชาติที่งดงามเบื้องหน้าแล้ว ณ จุดหมายปลายทางท่านจะได้พบกับความงามของกลาเซียร์ (Bualtar Glacier) ซึ่งมีความยาวประมาณ 38 กิโลเมตร ยาวกว่าธารน้ำแข็งในจังหวัดเต๋อชิงแห่งหมิงโหย่ง เทือกเขาโดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคาราโครัม เชิญท่านเก็บภาพความประทับใจกัน จนได้ 
      เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองฮุนซ่า
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน 
      นำท่านชม อัลติต ฟอร์ท (Altit Fort) สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 10  (สร้างก่อนบอลติต ฟอร์ท 300 ปี) เดิมเป็นบ้านพักของผู้ปกครองเมืองฮุนซ่า ซึ่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน ประกอบไปด้วยรัฐอิสระขนาดเล็ก Hunza และ Nager เป็นรัฐคู่แข่งกันตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำฮุนซ่า ผู้นำของทั้งสองรัฐเรียกว่า ทอเมียร์ (Thumir) ต่างก็สร้างฐานที่มั่นเพื่อแสดงอำนาจของตนเอง Altit Fort จึงเป็นป้อมปราการแห่งแรกของฮุนซ่า ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างบุตรชาย 2 คน (ซาห์อับบาส และ อาลีข่าน) และอาลีข่านได้ขยับขยายไปสร้าง Baltit Fort ในเวลาต่อมา พาชมห้องขังนักโทษ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องสวดมนต์ที่ขยายต่อมา 
      เมื่อได้เวลาพอสมควร เดินทางต่อบนเส้นทางเลียบสู่ ทะเลสาบอัตตาบัต (Attabad Lake) ( ระยะทางราว 28 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 50 นาที ) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมดินถล่มในช่วงเดือนมกราคม ปีค.ศ.2010 เชิญชมเส้นทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่าน ล่องเรือในทะเลสาบสีฟ้าอมเขียว ซึ่งจากเหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าวทำให้หมู่บ้านกุลมิทจมลงใต้น้ำที่ลึกกว่า 100 เมตร  
      ครั้นได้เวลาพอสมควร เดินทางกลับสู่ เมืองฮุนซ่า
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hunza Serena Inn, 4 * Hunza  หรือเทียบเท่า
       - ฮุนซ่า - อัตตาบัต  ระยะทาง 28 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 50 นาที
  • Day 6
    ฮุนซ่า - พาสสุ - ช่องเขากุนจีราป - ฮุนซ่า
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      (เส้นทางจากฮุนซ่า ถึงช่องเขากุนจีราป มีระยะทางราว 175 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง)
      นำท่านเดินทางสู่ ช่องเขากุนจีราป (Khunjerab Pass) ซึ่งตั้งอยู่ในช่วงเขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีน ที่มีความสูง 4,730 เมตร หรือ 16,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สูงที่สุดบนถนนหลวงลอยฟ้าคาราโครัม  และเป็นเส้นทางข้ามชายแดนที่อยู่สูงที่สุดในโลก ซึ่งจีนและปากีสถานต่างตกลงจะสร้างถนนเส้นทางนี้ในปี ค.ศ.1964 โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่ หลังจากนั้นจีนได้สร้างในส่วนของตนรับผิดชอบตั้งแต่เมืองคัชการ์ มณฑลซินเจียง ประเทศจีน จนถึงเมืองกุลมิท ประเทศปากีสถาน เสร็จในปี ค.ศ.1979 ปากีสถานก็สร้างต่อตั้งแต่เมืองกุลมิทตอนใต้ลงไปจรดเมืองราวัลพินดี และแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปี ค.ศ.1982 พร้อมกับเปิดให้เป็นเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนด่านพรมแดนกุนจีราปเปิดให้มีการเดินทางข้ามแดนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986 เป็นต้นมา พรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุนจีราป ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูได้ยาก เช่น แกะมาร์โคโปโล เป็นต้น  

      กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน 
      ครั้นได้เวลาพอสมควร เดินทางย้อนกลับสู่ พาสสุ  เชิญแวะเก็บภาพทิวทัศน์สวยๆ ไปตลอดทาง
      จากนั้นนำชม สะพานแขวน (Suspension Bridge) ที่ทอดยาวเหนือแม่น้ำฮุนซ่า ซึ่งชาวบ้านใช้สัญจรไปมาระหว่างกัน เชิญทดสอบความกล้าท้าความแกร่งกันสักนิด ท่ามกลางความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่รายล้อม รอบทุกทิศทางจนต้องโพสต์ท่าไม่รู้เบื่อ

      เดินทางต่อกลับสู่ ฮุนซ่า จุดหมายปลายทางของวันนี้
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hunza Serena Inn, 4 * Hunza  หรือเทียบเท่า
      - ฮุนซ่า - กุนจีราป  ระยะทาง 175 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง 
      - พาสสุ - ฮุนซ่า  ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 45 นาที
  • Day 7
    ฮุนซ่า - กิลกิต - ชีลาส (Chilas)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      ออกเดินทางจากเมืองฮุนซ่า ลงมาผ่านเมืองกิลกิตแล้ว แยกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเมืองซาซซี่ เลาะเลียบแม่น้ำสินธุ ผ่านเทือกเขาฮารามอสห์ ผ่านอุทยานแห่งชาติคาราโครัมไปบนเส้นทางที่แคบกว่าแต่งดงามตาไปด้วยทัศนียภาพของเทือกเขาฮารามาสห์ที่มียอดเขาแหลมพุ่งเสียดฟ้า ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเนินทรายที่โอบล้อมด้วยเขาเปรียบเสมือนดั่งอัญมณีมีค่าที่ถูกซ่อนไว้รอให้ท่านมาเยือน 
      การเดินทางจากเมืองกิลกิตสู่เมืองชีลาส รถจะเคลื่อนผ่านชุมทางสามเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่มาบรรจบกัน ได้แก่ เทือกเขาฮินดูกูจ เทือกเขาคาราโครัม และเทือกเขาหิมาลัย อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ จุดชมวิว 
                        
      กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน 
      เดินทางต่อจนถึงเมืองชีลาส ผ่านจุดชมวิวยอดเขาสูงอันดับ 9 ของโลกชื่อ 
      นันการ์ พาร์บัท (Nanga Parbat) ที่สูงถึง 8,126 เมตร เป็นยอดเขา
      ที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ท่านจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามบนเส้นทางไหล่เขาที่ตัดเลียบแม่น้ำสินธุ (Indus River) โดยตลอด ภาพที่เห็นเป็นวิวเทือกเขาสลับซ้อนกันไปมา พร้อมนึกคิดในใจว่าทำไมภูเขาเหล่านี้ช่างใหญ่โตจริงหนอ เชื่อหรือไม่เชิญพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง แวะให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ จุดชมวิวแห่งนี้  
      ระหว่างทางแวะชม โขดหินจารึกภาพเขียนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่เมืองชาติอัล (Shatial Rock Carving) หรือ ชีลาส (Chilas Rock Carving) ซึ่งโขดหินจารึกเหล่านี้ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทางสายไหม ภาพเขียนโบราณที่ถูกจารึกไว้บนโขดหินที่เมืองชาติอัล จะตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมในอดีตบนเส้นทางที่เคยมีพ่อค้าวาณิชมากมายผ่านไปมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองชีลาส ถือเป็นจุดศูนย์รวมโขดหินจารึกภาพเขียนโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการค้นพบหลักฐานกว่า 20,000 ชิ้น เกี่ยวกับงานศิลปะภาพเขียนโบราณบนโขดหิน 
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Shangri La Midway Hotel , 4 * Chilas  หรือเทียบเท่า
      - ฮุนซ่า - กิลกิต  ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 15 นาที 
      - กิลกิต - ชีลาส    ระยะทาง  135 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง       
  • Day 8
    ชีลาส - แอ๊บบอตตาบัด
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
      ออกเดินทางจากเมืองชีลาส นำท่านเดินทางลงมาตามเส้นทางนาราน ถนนคู่ขนานกับเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ที่จะเปิดให้เดินทางช่วงหน้าร้อนจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนโดยประมาณและจะปิดในช่วงฤดูหนาว วิวสองข้างทางจะเป็นแนวหมู่บ้านที่สร้างตามไหล่เขาแบบขั้นบันได
      แวะจุดสูงสุดบนเส้นทางที่บาบูซาร์พาส เก็บภาพเป็นที่ระลึก 
      จากนั้นเดินทางต่อผ่านหุบเขาคัคฮาน (Kaghan Valley) หุบเขาสีเขียว ท้องฟ้าสีครามที่ผ่านทะเลสาบลูลูซาร์ (Lulusar Lake) เก็บภาพเป็นที่ระลึก
      ออกเดินทางต่อจนถึงเมืองนาราน
      กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
      ออกเดินทางต่อจนถึงเมืองแอ๊บบอตตาบัด
      ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
      เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel One , 4 * Abbottabad  หรือเทียบเท่า
      - ชีลาส - แอ๊บบอตตาบัด  ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง 
      (หากเส้นทางผ่านนารานเปิด ดูตามสถานการณ์จริงอีกครั้ง)
      - ชีลาส - เบชฮาม  ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง
      - เบชฮาม - แอ๊บบอตตาบัด  ระยะทาง 125 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 30 นาที
  • Day 9
    แอ๊บบอตตาบัด - อิสลามาบัด (Islamabad)
    • เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
      เดินทางเข้าสู่ อิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน ( ระยะทางราว 121 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง 30 นาที )
      กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน  
      นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่รวบรวมเรื่องราวของชาวปากีสถานในยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน ศึกษาความเป็นอยู่และการแต่งกายของชนเผ่าต่างๆ ซึ่งมีอีกหลายชนเผ่าที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ รวมถึงเรื่องราวของการสร้างชาติและประวัติของบุคคลสำคัญของประเทศปากีสถาน
      นำท่านชม มัสยิดไฟซาล (Shah Faisal Masjid or Faisal Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถานและเอเชียใต้ และใหญ่เป็นอันดับหกของโลก สร้างโดยกษัตริย์ไฟซาล บิน อับดุล อาซิสแห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ใช้เงินงบประมาณการสร้างสูงถึง 50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ  ที่ออกแบบโดยช่างสถาปนิกชาวตุรกี มัสยิดแห่งนี้มีรูปทรงคล้ายเต้นท์กระโจมแปดเหลี่ยมของชนเผ่าเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย และมีหออะซานที่ใช้เรียกขานละหมาดสูง 88 เมตร ทั้ง 4 ด้าน มองดูคล้ายดินสอแหลม ถือเป็นมัสยิดสมัยใหม่ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยผิดแผกต่างจากมัสยิดแบบดั้งเดิมที่มักมีโดมเป็นองค์ประกอบหลัก มัสยิดแห่งนี้สามารถบรรจุผู้บูชาได้ 10,000 คน ภายในบริเวณโถงละหมาด และอีกกว่า 24,000 คนที่บริเวณระเบียงหน้ามุข รวมทั้งที่ลานอเนกประสงค์อีก 40,000 คน (ไม่สามารถเข้าชมด้านในได้)   
      เย็น นำท่านเดินทางขึ้นสู่เนินเขามาร์กาลา (Margalla Hills) เพื่อรับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร Monal ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือกรุงอิสลามาบัด ท่านสามารถชมวิวเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างเต็มตา พร้อมลิ้มลองเมนูมื้อเย็นนี้ขอนำเสนอให้ท่านได้ลองชิมไก่ย่างภูเขาไฟ (ตั้งชื่อเอง เพราะย่างอยู่บนภูเขา ควันโขมง) ทานแล้วจะลืมไก่ย่างที่บ้านเราเลย
                       
      20.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินานาชาติเบนาซีร์ บุตโต อิสลามาบัด ตั้งอยู่ในเมืองราวัลปินดี เพื่อเตรียมตัวเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ กลับสู่ประเทศไทย
      23.20 น. เหินฟ้าสู่ กรุงเทพฯ  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 350 
      (ใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมง 5 นาที) (บริการอาหารบนเครื่องบิน)
  • Day 10
    กรุงเทพฯ
    • 06.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
Top