หลังจากตอนที่ 1 ได้เห็นความสวยงามโดยรอบของเมืองกันแล้ว ตอนที่ 2 นี้จะพาทุกท่านไปชมพุทธโบราณสถานที่สำคัญ 3 แห่งของโอดิชา ที่เรียกว่า DiamondTriangle of Odisha ได้แก่ รัตนคีรี ลลิตคีรี และ อุทัยคีรี
รัตนคีรี (Ratnagiri) ได้ชื่อว่า “เนินเขาแห่งอัญมณี” เป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่อดีตเคยเป็นอารามสำคัญทางศาสนา จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คาดว่า สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 6 อีกทั้งยังมีการขุดพบซากปรักหักพังมากมาย เช่น เศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ อาราม สถูป จำนวนมาก
ลลิตคีรี (Lalitgiri) ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา รัฐบาลอินเดียจัดให้เป็นโบราณสถานที่ต้องอนุรักษ์ไว้ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการขุดพบพระเกศาสถูป ผอบที่ด้านในบรรจุพระเกศาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ เป็นการค้นพบที่สำคัญมาก
อุทัยคีรี (Udayagiri) พุทธสถานแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากสถาปัตยกรรมหลักที่หลงเหลือไว้ นั่นคือ เจดีย์ทรงระฆัง ซึ่งสื่อถึงพุทธศาสนาในนิกายวัชรยาน มีโบราณวัตถุที่ค้นพบหลายชิ้น เช่น เทวรูปพระนางปรัชญาปารมิตาที่มี 12 กร
นอกจากนั้นโอดิชา ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างเช่น
ถ้ำอุทัยคีรี และ ถ้ำขันธคีรี (Udayagiri and Khandagiri Caves)
ถ้ำที่มีความสำคัญทางโบราณคดี เป็นถ้ำแบบผสม ทั้งธรรมชาติและก่อสร้างเพิ่มขึ้น ด้านในแกะสลักไว้อย่างวิจิตรสวยงาม มีถ้ำหลากหลายรูปแบบให้ได้เข้าชม เช่น ถ้ำช้าง ถ้ำราชินี ถ้ำพระพิฆเนศ ถ้ำเสือ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 1 ถูกสร้างไว้เป็นที่พำนักและปฎิบัติสมาธิของพระในศาสนาเชน
เจดีย์สันติภาพแห่งเธาลี (Dhauli Shanti Stupa) เจดีย์ที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พระเจ้าอโศกวางพระแสงดาบและหันมานับถือศาสนาพุทธ ในสมัยที่มีการทำศึกสงคราม ทรงเห็นว่ามีแต่การเข่นฆ่าเป็นภาพอันน่ากลัวที่แผ่นดินเต็มไปด้วยการนองเลือด จึงหันมาเข้าทางธรรมและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการเผยแผ่ธรรมะตลอดชีวิต ถูกสร้างขึ้นช่วงในปี ค.ศ.1972 โดยกลุ่มคนชาวญี่ปุ่นนำโดย Fuji Guruji เพื่อรำลึกถึงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรื่องของโลก
