เมื่อพูดถึง ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย เรานึกถึงภาพอะไรในตอนนี้ หลายคนคิดถึงภาพสองนครศักดิ์สิทธิในโลกของมุสลิม นั่นคือ เมกกะ (Mecca) และเมดิน่า (Medina) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักแสวงบุญชาวมุสลิม เดินทางไปทำพิธีอุมเราะห์ และพิธีฮัจญ์อันศักดิ์สิทธิ์ประจำทุกปี แต่แท้จริงแล้วซาอุดิอาระเบีย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย มีทั้งแนวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก สายชอบเที่ยวธรรมชาติ สายเดินเล่นชมเมืองแบบตามไปดูวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวซาอุฯ ก็มีตลาดพื้นเมือง ที่เรียกว่า “ซุค” (souk) สำหรับคนที่รักและหลงใหลในการชมพิพิธภัณฑ์ ที่นี่มีทั้งพิพิธภัณฑ์แบบเก๋ๆ ที่เปลี่ยนจากสถานที่สำคัญในประวัติศาตร์มาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ สำหรับการมาเยือนโลกอาหรับของชาวมุสลิม อีกสิ่งที่น่าประทับใจ คือ ความยิ่งใหญ่และความสวยงามของมัสยิดแต่ละแห่ง สุดท้ายการมาเที่ยวประเทศซาอุดิอาระเบีย ต้องแวะไปชมแลนด์มาร์คของเมืองแต่ละแห่งด้วย
ระยะเวลา 9 วัน 7 คืน
วันเดินทาง 13 – 21 ก.พ. / 16 – 24 ต.ค. / 4 – 12 ธ.ค. 2568

ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย ขอต้อนรับท่านสู่เมืองริยาดห์ (Riyadh) เมืองหลวงแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย หนึ่งในเมืองใหญ่บนคาบสมุทรอาหรับ เป็นทั้งศูนย์กลางทางการเมืองและการบริหารของซาอุดิอาระเบีย นำท่านชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของริยาดห์ อันได้แก่
- อัล ดิริยะห์ (Al Diriyah) เมืองหลวงของอาณาจักรแห่งแรกของราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย เป็นจุดตัดบนเส้นทางของนักจาริกแสวงบุญและพ่อค้าบนเส้นทางการค้าสำคัญในอดีต ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 2010 โครงสร้างสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าแห่งนี้เกือบทั้งหมดเป็นโครงสร้างดิน ส่วนเมืองใหม่ในปัจจุบันก็ถูกสร้างขึ้นในระดับความสูงที่อยู่ต่ำกว่า
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติซาอุดิอาระเบีย (National Museum of Saudi Arabia) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1999 เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์แห่งกษัตริย์อับดุลลาซิส พิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติ ตั้งแต่เริ่มแรกก่อตั้งอาณาจักร เรื่องราวของราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งบริบททางการ เมืองที่ผ่านมาของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงวัตถุโบราณล้ำค่าของชาติไว้มากมาย
- พระราชวังมูร์ราบา (Murraba Palace) ที่นี่เป็นหนึ่งในพระราชวังที่สําคัญที่สุด ที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อับดุลลาซิส พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชฐานที่ประทับส่วนพระองค์และเชื้อพระวงศ์ในอดีต
- ตลาดอัล ซัล (Al Zal Traditional Flea Market) ตลาดซาอุดิอาระเบียดั้งเดิมที่สร้างมานานนับร้อยกว่าปี มีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นตลาดที่มีสินค้าพร้อมสรรพมากที่สุด เก่าแก่ที่สุด และมีผู้คนไปใช้มากที่สุดของเมืองริยาดห์
- ป้อมปราการอัล มาสมาค (Al Masmak) หนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของซาอุดิอาระเบีย ปัจจุบันถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เข้าชมจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวประวัติความเป็นมาของการก่อร่างสร้างชาติ ในบรรยากาศการจัดแสดงเสมือนการนำผู้ชมย้อนเวลากลับไปหาอดีตรากเหง้าของชาวซาอุดิอาระเบีย
- Kingdom Tower หรือ Kingdom Centre อาคารสูง 41 ชั้น อาคารนี้มีจุดชมวิวเมืองที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองยอดปลายแหลมของอาคาร ที่เรียกว่า The Sky Bridge ด้วยความโดดเด่นของรูปแบบอาคาร ทำให้ถูกจัดเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่น่าสนใจของเมืองริยาดห์ที่มีผู้มาเยือนตลอดเวลาไม่ขาดสาย
วันถัดไป ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย นำท่านชมหมู่บ้านโบราณอูชัยเกอร์ (Ushaiger Heritage Village) หมู่บ้านโบราณแห่งนี้ล้อมรอบด้วยกำแพงหนาทึบ ที่มีหอคอยขนาดใหญ่ และมีประตูไม้ขนาดใหญ่ การเดินชมต้องเดินผ่านประตูหลักเพื่อเข้าสู่ใจกลางของหมู่บ้าน ภายในแบ่งเป็น 7 เขตโซน มีบ้านดิน 400 หลัง มัสยิด 25 แห่ง และมีการทำสวนปาล์ม สวนผลไม้มากมาย เส้นทางการเดินเยี่ยมชมหมู่บ้านจึงเต็มไปด้วยร่มเงา ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเล็กๆ ชื่อ Al Salem Museum ที่จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ของผู้คนในแถบนี้ได้เป็นอย่างดี
ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย เดินทางมุ่งสู่อัลอูลา (Al Ula) เมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็นแห่งแรกของซาอุดิอาระเบีย ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายลึก นอกเหนือจากความมหัศจรรย์ของเทือกเขาหินทราย ร่องโตรกภูผาที่ธรรมชาติได้ปั้นแต่งขึ้นอย่างสวยสดงดงามแล้ว ที่อัลอูลายังเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์ที่รุ่งเรืองผ่านมากว่า 7,000 ปี ชมย่านเมืองเก่าอัลอูลา (Al Ula Old Town) แวะถ่ายรูปกับ Maraya Concert Hall อาคารกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นเดินทางผ่านเนินทะเลทรายเข้าไปชมหินรูปช้าง (Elephant Rock) หรือ ภูเขาอัลฟีล (Jabal Alfil) อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าพิศวง แวะถ่ายรูปสถานีรถไฟอัลอูลา (Alula Railway Station)
ออกเดินทางไปชมเฮกรา (Hegra) แหล่งโบราณคดีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอัลอูลา เหล่าซากปรักหักพังของโบราณสถานส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่สมัยอาณาจักรนาบาเทียน ราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 โดยตำแหน่งที่ตั้งตรงบริเวณนี้ถือเป็นส่วนใต้สุดของราชอาณาจักรนาบาเทียน และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากนครหลวงเพตรา (ปัจจุบันอยู่ในประเทศจอร์แดน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งแรกของซาอุดิอาระเบีย (1st UNESCO World Heritage Site) เนื่องจากความเก่าแก่และความสมบูรณ์ของซากโบราณสถาน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นสุสานหินแกะสลักโบราณขนาดมหึมา 131 แห่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
หลังจากนั้น ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย นำท่านชมดาดัน (Dadan) หนึ่งในอาณาจักรอาหรับโบราณที่ถูกค้นพบโดยนักสำรวจโบราณคดี ซึ่งการขุดค้นได้พบความยิ่งใหญ่ของสุสานและเมืองโบราณของอาณาจักรดาดันไนท์ (Dadanite) ซึ่งมีอายุราวในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช แล้วนำท่านชมภูเขาอิคมาห์ (Jabal Ikmah) สถานที่อันสงบเงียบและศักดิ์สิทธิ์ของชาวลิเฮียน เส้นทางการเดินชมบนพื้นที่ระหว่างร่องภูเขาหิน เปรียบได้เป็นห้องสมุดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยศิลปะการจารึกลงบนแผ่นหิน ต่อด้วยการแวะไปยังจุดชมวิวที่ฮารัท อูวาย์ริด (Harrat Uwayrid Viewpoint) ชมทัศนียภาพที่สวยงามของภูมิประเทศของทุ่งภูเขาไฟที่มีพื้นดินกว้างใหญ่และขรุขระ ล้อมรอบด้วยหุบเขาต่างๆโดยรอบ
อำลาเมืองอัลอูลา ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย เดินทางต่อไปยังเมืองเมดิ (Medinah) เมืองศักดิ์สิทธิ์อันดับ 2 ใน 3 เมืองสำคัญของศาสนาอิสลาม นำท่านแวะชมภูเขาอูฮัด (Mount Uhud) ที่นี่เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ คือ การต่อสู้ระหว่างชาวมุสลิมในเมืองเมดิน่าห์กับผู้ที่ไม่นับถือในองค์ศาสดาแห่งศาสนาอิสลามที่เดินทางมาจากเมกกะห์ ชมพิพิธภัณฑ์ ดาร์ อัล เมดิน่าห์ (Dar Al Medinah Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เน้นที่ประวัติศาสตร์เรื่องราวของเมืองเมดิน่าห์ โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญๆ ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเมือง
เนื่องมัสยิดส่วนใหญ่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวมุสลิม เราจึงนำท่านผ่านชมได้แต่เพียงภายนอกเท่านั้น เพราะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเข้าได้เท่านั้น นำผ่านชมเหล่าศาสนสถานที่สำคัญในเมืองเมดิน่าห์ อาทิ
- มัสยิดอัล นาบาวี (Al-Masjid al-Nabawi) การได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ เป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันอันสูงสุดของชาวมุสลิมทั่วโลก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสองในศาสนาอิสลาม รองจากมัสยิดอัลฮารอมในเมืองเมกกะห์ (Masjid al-Haram) ปัจจุบันเป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากได้มีการก่อสร้างและตกแต่งขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
- มัสยิดกูบา (Masjid Quba) มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในศาสนาอิสลาม ท่านศาสดามูฮัมหมัดใช้เวลา 14 วันในมัสยิดแห่งนี้ เพื่อทำละหมาดระหว่างรอท่านอาลีเดินทางมาถึงเมดิน่าห์
- มัสยิดอัลคิบลาไทยน์ (Masjid al-Qiblatayn) เป็นมัสยิดในเมืองเมดิน่าห์ที่ชาวมุสลิมเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระศาสดาของศาสนาอิสลามคนสุดท้าย ท่านนบีมูฮัมหมัดได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนกิบลัต Qiblat (ตำแหน่งทิศทางการอธิษฐาน) จากกรุงเยรูซาเล็มเป็นนครเมกกะห์
ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย เดินทางสู่เมืองเจดดาห์ โดยรถไฟขบวนด่วนพิเศษ (Haramain Speed Train) ท่านจะได้สัมผัสกับประสบการณ์พิเศษในการเดินทางที่แตกต่างจากทางรถยนต์หรือเครื่องบิน เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสองข้างทาง โดยรถไฟขบวนด่วนพิเศษนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมสองเมืองศักดิ์สิทธิ์ระหว่างเมืองเมกกะห์ และเมืองเมดิน่าห์ ครั้นเดินทางถึงเจดดาห์ หนึ่งในเมืองตากอากาศหลักของซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากเมืองนี้อยู่ติดทะเลแดง จึงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นำท่านเที่ชมเมือง ดังนี้
- อัลบาลัด (Al-Balad) ย่านประวัติศาสตร์ที่ถูกเรียกกันว่า “ย่านเมืองเก่า” ที่นี่มีประตูเมืองและอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่ มีตลาดพื้นเมืองแบบดั้งเดิม มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลาแน่นอน อัลบาลัดในเจดดาห์ ได้รับสถานะเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปีค.ศ. 2014
- บ้านนาซีฟ (Naseef House) พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์โบราณและการออกแบบอาคาร ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นในช่วงสมัย 150 ปีที่ผ่านมา แวะเข้าไปชมหากมีโอกาส (บางครั้งภายในพิพิธภัณฑ์ปิดชั่วคราว)
- ประตูเมกกะ หรือ ประตูมักกะฮ์ (Bab Makkah Jeddah) ตั้งตระหง่านอยู่ที่จุดเริ่มต้นของถนนที่นำไปสู่เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับชาวมุสลิมอย่างมักกะห์ เป็นประตูสามโค้งที่มีป้อมปืนขนาดใหญ่ในแต่ละด้าน
- มัสยิดอัลชาฟี (Al Shafi Mosque) มัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดในเจดดาห์ อาคารสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่สร้างในช่วงศตวรรษที่ 16 ในสไตล์ออตโตมัน แต่อย่างไรก็ตามมัสยิดถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในยุคแรกของศาสนาอิสลามเมื่อราวเกือบ 1,400 ปีมาแล้ว
- พิพิธภัณฑ์บ้านศิลปะอิสลาม (House of Islamic Art) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นเฉพาะศิลปะอิสลาม รวบรวมผลงานศิลปะมากกว่าพันชิ้นที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ศิลปะอิสลามกว่า 15 ศตวรรษจากทุกประเทศในโลกอิสลาม
- เจดดาห์ คอร์นิช (Jeddah Corniche) หรือที่รู้จักในชื่อ เจดดาห์ วอเตอร์ ฟรอนท์ (Jeddah Waterfront) เป็นสถานที่พักตากอากาศริมชายฝั่งของเมืองเจดดาห์ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง
- น้ำพุกษัตริย์ฟาฮัด (King Fahad Fountain) ซึ่งเป็นน้ำพุที่มีความสูงที่สุดในโลก โดยพ่นน้ำได้สูงถึง 312 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัดจากจุดต่างๆ ในย่านบริเวณคอร์นิชแม้แต่ในระยะไกล
- มัสยิดอัลราห์มา (Al Rahma Mosque) หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า มัสยิดฟาติมา อัล ซาห์รา (Fatima Al Zahra Mosque) มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมสีขาวที่ประดับโดดเด่นด้วยโดมสีฟ้าครามและหอขานสูงตระหง่านสีขาวตั้งอยู่ปลายสุดของถนนคอร์นิช (Corniche Road) เป็นที่รู้จักกันในนาม “มัสยิดลอยน้ำ” (Jeddah Floating Mosque) เพราะในช่วงเวลาน้ำขึ้น ตัวมัสยิดดูเหมือนจะลอยอยู่เหนือคลื่นของน้ำในทะเลแดงเบื้องล่าง
ปิดท้าย ทัวร์ซาอุดิอาระเบีย ณ เมืองทาอีฟ (Taif) ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น เมืองหลวงฤดูร้อนของซาอุดิอาระเบีย เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี แม้กระทั่งในช่วงฤดูร้อน ผู้คนจึงนิยมมาพักผ่อนที่นี่ นอกจากนี้ทาอีฟยังเป็นแหล่งเพาะ ปลูกที่สำคัญของประเทศ ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญหลากหลายชนิดมาจากที่นี่ อาทิเช่น องุ่น ทับทิม มะเดื่อ น้ำผึ้ง และเมืองนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น เมืองแห่งดอกกุหลาบ อีกด้วย จึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันหอมระเหยดอกกุหลาบที่มีคุณภาพเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก
นำท่านชมพระราชวังชูบรา (Shubra Palace) เป็นพระราชวังเก่าแก่ ที่เปรียบเสมือนพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อับดุลอาซิซ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ ตัวอาคารสีขาวมีความโดดเด่นและสวยงามมาก เป็นรูปแบบการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอาหรับและโรมันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บโบราณวัตถุในยุคอิสลามตอนต้น รวมทั้งของล้ำค่า เดินทางต่อไปเยี่ยมชมโรงงานดอกกุหลาบ (Rose Factory) ที่นี่ท่านสามารถหาซื้อน้ำมันหอมระเหยดอกกุหลาบ (Rose Oil) หรือ น้ำดอกกุหลาบ (Rose Water) รวมทั้งเครื่องสำอาง บำรุงผิวพรรณที่มีส่วนผสมของกุหลาบประเภทต่างๆ
ชมย่านเมืองเก่าของทาอีฟ บริเวณประตูเมืองเก่าทาอีฟ (Bab Alrea) ซึ่งเป็นรูปแบบประตูโค้งสามส่วน ปากทางเดินเข้าไปยังตลาดเก่าของเมือง ที่ขายพวกพืชผักผลไม้และเครื่องเทศต่างๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จำพวกน้ำผึ้งคุณภาพสูง ที่มีอยู่มากมายหลายร้าน จากนั้นเดินทางไปยังเขตภูเขาอัล ฮาดา (Al Hada) ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน เส้นทางถนนบนภูเขาที่นี่คดเคี้ยวสวยงาม ทิวทัศน์ในบริเวณนี้สวยงาม อุดมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากนั้นนำท่านนั่งรถกระเช้าไฟฟ้า (Cable Car) ขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาอัล ฮาดา (Al Hada Mountain)
อัตราค่าบริการรวม / ไม่รวม
อัตรานี้รวม
- ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4-5 ดาว ห้องละ 2 ท่าน
- ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและภายในประเทศ ชั้นประหยัด Saudia Airlines พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 1 ชิ้น ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ตลอดเส้นทาง
- ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ)
- ค่าหัวหน้าทัวร์คนไทยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
- ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศซาอุดิอาระเบีย
- ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางในวงเงิน 1 ล้านบาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และเป็นสินน้ำใจในการบริการ
- ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารนอกรายการ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ทัวร์ซาอุดิ อาระเบีย 9 วัน เที่ยวซาอุ ดิ เจาะลึก 2568
ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายมากจริงๆ มีทั้งแนวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ ซึ่งมีมากมายหลายแห่งเลยทีเดียว ถ้าใครเป็นสายชอบเที่ยวธรรมชาติ ที่นี่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวแนวสวยแบบธรรมชาติที่กลุ่มโฟโต้จีนิกต้องไม่พลาด อย่างเช่น ทะเลทรายสุดขอบฟ้า The Edge of the World (Jebel Fihrayn) ที่เส้นตัดขอบฟ้ามองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เราจึงขออาสาจัดไป ทัวร์ซาอุดิ อาระเบีย เที่ยวซาอุ ดิ ไปซาอุ ดิอาระเบีย เจาะลึกไปกับโกลบอล ฮอลิเดย์ แนะนำ ทัวร์ ไป ซา อุดิ อารา เบีย ที่จะพาไปได้ครบและส้มผัสประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง
Tour Highlights
- ริยาดห์ เมืองหลวงแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย
- อัลอูลา เมืองมรดกโลก ชมความมหัศจรรย์ของเทือกเขาหินทราย ร่องโตรกภูผา ที่ธรรมชาติได้ปั้นแต่งขึ้นอย่างสวยสดงดงาม
- เมดิน่าห์ สถานที่ฝังพระศพของท่านนบีมูฮัมหมัด ศาสดาองค์สุดท้ายของศาสนาอิสลาม
- เจดดาห์ เจ้าสาวแห่งทะเลแดง เมืองมีทั้งประติมากรรม รูปปั้น ภาพวาด และน้ำพุจำนวนมากตั้งกระจายอยู่ทั่วเมือง
- ทาอีฟ เมืองหลวงฤดูร้อน เป็นเมืองเก่าแก่นับพันปีบนเส้นทางการค้ากำยานโบราณ











